่งใหม่ๆ อยู่บ้าง ถ้าวันนี้สองคนไม่จุดธูป เดาว่าต้องรอเดือนหน้าหรือไม่ก็ปลายปี! แล้วอย่างนั้นจะทำยังไงกับภารกิจ!
หม่าหยวนกับหลิวเซียงเห็นท่าทีเคร่งขรึมจริงจังของฟางเจิ้งแล้วก็เชื่อ รีบเข้าไปจุดธูปไว้พระ
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็ลอบถอนหายใจ พึมพำอยู่เงียบๆ “หากพวกเขาจุดธูปสองดอก ธูปก็จะครบสิบดอกพอดี! เหอะๆ…”
นอกจากหม่าหยวนกับหลิวเซียงแล้ว คนอื่นๆ แค่มาดูเท่านั้น
กลุ่มคนส่งเสียงจอแจ ทำเอาวัดเอกดรรชนีวุ่นวาย
ฟางเจิ้งชินกับความสงบ พอมีคนมากขนาดนี้มาอย่างกะทันหัน ดึงเขาไปทางนี้ทีทางโน้นที ทำให้เขารับไม่ไหวอยู่บ้างจริงๆ โดยเฉพาะพวกป้าๆ เหล่านั้น ถามเขาว่าเมื่อไรจะแต่งงาน?
เขาก็คิด แต่ว่าเขาแต่งงานได้หรือ?
ดังนั้นฟางเจิ้งจึงหนีไป…
ตอนที่เดินผ่านอุโบสถ เห็นหยางหวากับตู้เหมยจุดธูปสองดอกพอดี เดิมทีหม่าหยวนกับหลิวเซียงจะจุดธูปธรรมดาสองดอก แต่หยางหวากับตู้เหมยผู้มีประสบการณ์ห้ามเอาไว้
“ต้องจริงใจนะ! อะไรคือความจริงใจ? จุดธูปไม่จ่ายเงินนั่นเรียกความจริงใจเหรอ? เธอดูพวกเรา จุดธูปชั้นดีอีกสองดอกแล้ว!” ตู้เหมยว่า
หลิวเซียงมองหม่าหยวน คนในหมู่บ้านกำลังมองอยู่เยอะขนาดนี้จะเสียหน้าไม่ได้! ดังนั้นหม่าหยวนจึงกัดฟันควักออกมาสี่ร้อยหยวน หยิบธูปชั้นดีแล้วดึงหลิวเซียงไปจุดธูป
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้น นัยน์ตามีความดีใจวูบผ่าน ‘ธูปชั้นดีสี่ดอก ได้มาแปดร้อยหยวนแล้ว! ว่ะฮ่าๆ…ถ้ามีคนมาจุดธูปแบบนี้ทุกวัน ฉันก็จะได้กินข้าว