ใจ ‘ในเสียงนี้มีเสียงน้าตู้เหมยด้วย หรือว่าจะไม่สัมฤทธิ์ผล น้าโหดพาคนมาทุบตีฉันเหรอ?’
ถึงฟางเจิ้งจะมีหัตถ์พลังนักรบโพธิสัตว์ ทั้งยังมีหมาป่าเดียวดายปกป้อง แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะลงมือกับคน ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับกฎของนักบวชอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งไปที่ประตู จากนั้นไปแอบที่ข้างประตู สองมือจับสันกำแพงพลางแอบมองไปข้างนอก
เห็นอยู่ไกลๆ ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังตรงมาทางนี้อย่างรีบร้อน คนนำหน้าคือหยางหวา! และยังมีหยางผิงตามหลังมา ข้างหลังไปอีกเป็นคนที่รู้จักในหมู่บ้าน เขารู้จักทุกคนเลย
เห็นคนเหล่านี้มากันอย่างรีบร้อน ฟางเจิ้งก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย ‘ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้มั้ง? จะพังวัดแค่นี้ต้องใช้คนขนาดนี้เลยเหรอ? จบสิ้นแล้ว ฉันเป็นเจ้าอาวาสได้แค่เดือนเดียวก็จะถูกรื้อวัดแล้ว เฮ้อ…ต้องแจ้งตำรวจไหมเนี่ย? ช่างเถอะ เป็นคนกันเอง แจ้งไปก็ไม่ดี หากไม่สัมฤทธิ์ผลก็ให้พวกเขาพังซะ ระบายสิ่งที่ควรระบาย’ ฟางเจิ้งพึมพำในใจ
ตอนนี้เองกลุ่มคนมาถึงหน้าประตูใหญ่แล้ว ได้ยินเสียงหยางหวาไกลๆ “ฟางเจิ้ง! ฟางเจิ้ง! ฟางเจิ้งอยู่ไหม?”
ฟางเจิ้งกำลังครุ่นคิด ยังไงเขาก็ออกจากวัดไปได้ไม่ไกลนัก จะหนีก็หนีไม่ได้ สู้ออกไปเผชิญหน้าอย่างซื่อตรงดีกว่า ในที่สุดเขาก็เข้าใจความหมายของคำพูดนั้นแล้ว นักบวชหนีได้ แต่วัดหนีไม่ได้! นักบวชหนีไปไกลเท่าไรก็ยังจับกลับมาจากในวัดได้…ที่พูดถึงนี่คือเขาเอง!
“อมิตพุทธ โยมหยาง อาตมาอยู่นี่” ก