จคือจิตวิญญาณ นี่จะต้องเป็นเพราะจิตใจคุณไม่จริงใจแน่ๆ!” ตู้เหมยตอกกลับ
หยางหวามีสีหน้าย่ำแย่ ฟางเจิ้งแอบหัวเราะ น้าเขาร้ายกาจขนาดนี้เชียว!
สุดท้ายหยางหวาก็ควักเงินสี่ร้อยหยวนออกมาวางบนพื้น จากนั้นหยิบธูปไปสองดอก เดิมทีสองคนจะมาขอเรื่องเดียว จุดธูปดอกเดียวก็พอแล้ว แต่ตู้เหมยอยากจุดเองหนึ่งดอก หยางหวาจึงได้แต่กลั้นความปวดหัวใจนองเลือดยอมจ่ายไป
สองคนหยิบธูปมายืนไหว้ ก่อนคุกเข่าไหว้ ขอพรอะไรอยู่เงียบๆ ผ่านไปนานสองคนยืนขึ้น ปักธูปลงกลางกระถางธูปแล้วถอยออกมา
ฟางเจิ้งยืนรออยู่หน้าประตูตลอด
พอสองคนออกมา ตู้เหมยถามหยางหวา “คุณขออะไร?”
หยางหวา “อย่าพูดถึงเลย ตอนแรกผมจะขอลูกชาย ต่อมาก็คิด ขอหนึ่งข้อเป็นการขอ ขอสองข้อก็ขอเหมือนกัน จ่ายเงินไปแล้วก็ขอลูกสาวอีกคน เป็นลูกแฝด! คุณล่ะ?”
“คุณนี่ไม่ได้เรื่องเลย ขอลูกแฝดเหรอ…” ตู้เหมยตอบด้วยความอายเล็กน้อย จากนั้นเอ่ยต่อ “ฉันก็เหมือนกัน”
สองคนพลันหัวเราะ
ฟางเจิ้งก็หัวเราะไปด้วย สรุปสองคนมองค้อนเขา “ถ้าไม่เห็นผลต้องคืนเงินมา!”
ฟางเจิ้ง “@¥@#…”
หลังส่งหยางหวากับตู้เหมยแล้ว บนเขาก็เงียบสงบอีกครั้ง
จนกระทั่งช่วงบ่าย ต่งชิงซานกับลูกน้องอีกสองคนขึ้นเขามา ไม่ได้มาไหว้พระ แต่ถานจวี่กั๋วให้พวกเขามาส่งข้าวสองถุงให้ฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งฝากต่งชิงซานไปขอบคุณถานจวี่กั๋วแล้วส่งสามคนลงเขาไป
เขามองข้าวสองถุงในลานพลางถอนหายใจ “ปู่นี่จริงๆ เลยนะ ตอนแรกฉันแค่พูดเล่นๆ ว่าไม่มี