อก ฟังจากเสียงแล้วเป็นชายหญิง
ฟางเจิ้งตื่นเต้นขึ้นมาทันที เอียงหูตั้งใจฟัง
“หยางหวา คุณบ้าไปแล้วจริงๆ ขนาดโรงพยาบาลใหญ่ยังบอกว่าไม่ได้ แล้วจุดธูปไหว้พระจะมีประโยชน์อะไร? นี่มันสมัยไหนแล้ว คุณยังงมงายอีกเหรอ!”
“ใครบอก? สมัยไหน? ไม่ว่าสมัยไหนก็มีพระพุทธศาสนาไม่ใช่รึไง? วัดก็ยังอยู่นี่? มาถึงหน้าวัดแล้วคุณก็พูดให้น้อยลงหน่อย เดี๋ยวพระโพธิสัตว์ได้ยินเข้าจะลงโทษเอา เดี๋ยวเราสองจะไม่มีหวังจริงๆ ล่ะทีนี้” หยางหวาต่อว่า
หญิงคนนั้นแค่นเสียงขึ้นจมูกสองที “ความหมายฉันคือจะไปไหว้พระก็ไปวัดใหญ่ๆ สิ วัดเอกดรรชนีมีประโยชน์อะไร? หลวงจีนหนึ่งนิ้วมีความสามารถอยู่บ้าง แต่เณรฟางเจิ้งพวกเราเห็นเขามาตั้งแต่เล็กๆ ฉันยังเคยเย็บกางเกงเป้าแตกให้เขาด้วยซ้ำ นอกจากกินเยอะแล้วก็ไม่เห็นมีความสามารถอะไรเลย”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็หน้าแดง ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้หยางหวาพี่ชายหยางผิงจะมา รวมถึงตู้เหมยภรรยาหยางหวา เขามีภาพจำต่อตู้เหมยลึกซึ้ง ริมฝีปากคล้ำเล็กน้อย แต่ไม่ใช่คนเลว เป็นคนตรงไปตรงมา…แต่ตอนเขายังเด็กถูกตู้เหมยตีก้นหลายครั้ง พอนึกๆ แล้วก็อยากพบตู้เหมยอีกครั้ง ฟางเจิ้งลูบก้นตัวเองโดยจิตใต้สำนึก กลับรู้สึกเจ็บเล็กน้อย…
ขณะสนทนากัน หยางหวาพาหญิงวัยกลางคนสวมชุดเรียบง่ายเดินเข้ามา หญิงคนนั้นเห็นฟางเจิ้งแล้วจึงยิ้มพูดขึ้น “ฟางเจิ้ง พวกเรามาเยี่ยมแกน่ะ ดูสิว่าฉันเอาอะไรมาให้ด้วย? ไข่ไก่ที่แกชอบกินที่สุดไง! แล้วก็ผักดอ