ฟางเจิ้งยิ้มเฝื่อนพลางพูดขึ้น “ไม่รู้ว่าพวกโยมจะมา อาตมาเลยหุงแค่คนเดียว จะแบ่งยังไงล่ะ?”
หวังโอ้วกุ้ย หยางผิง ถานจวี่กั๋วสามคนอึ้งงัน ก่อนวิ่งเข้าไปดูในหม้อ มีแค่สำหรับหนึ่งคนจริงๆ! อย่างมากก็เป็นข้าวชามใหญ่เท่านั้น
ตอนที่ได้ยินว่ามีแค่ชุดเดียว หวังโอ้วกุ้ยยังอยากพูดว่าให้หุงเพิ่ม แต่พอเห็นไอร้อนที่โชยมาจากในหม้อแล้ว กลับต้องกลืนคำพูดกลับไป น้ำลายไหลอย่างหยุดไว้ไม่ได้ “นี่มันข้าวอะไร? ทำไมถึงสวยแบบนี้?”
หยางผิงก็ชมเช่นกัน “พระเจ้า ทำมาจากผลึกรึไงเนี่ย?”
ถานจวี่กั๋วกล่าวขึ้นด้วยความตกตะลึง “ฉันรู้จักข้าวมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นข้าวที่หอมแบบนี้มาก่อนเลย! ฟางเจิ้ง แกยังมีเมล็ดข้าวแบบนี้อยู่อีกรึเปล่า? ให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
หวังโอ้วกุ้ยกับหยางผิงมองฟางเจิ้งพร้อมกัน
ฟางเจิ้งยิ้มแห้ง เขามีข้าวพันธุ์นี้เมล็ดเดียว ตัวเขายังไม่รู้เลยว่ามื้อต่อไปอยู่ไหน จะเอาที่ไหนไปให้ถานจวี่กั๋ว? ดังนั้นฟางเจิ้งจึงส่ายหน้า “ขอโทษด้วยปู่ถาน อาตมาก็มีไม่มากเหมือนกัน พูดจริงๆ คือจะมีข้าวกินพรุ่งนี้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย การปลูกข้าวชนิดนี้ต้องศึกษาวิจัยอย่างมาก หากพลาดนิดเดียวจะมีโอกาสล้มเหลว อีกอย่างเหมือนว่าจะมีแค่ภูเขาเอกดรรชนีที่ปลูกข้าวแบบนี้ได้ เอาออกไปไม่ได้”
หยางผิงดวงตาเปล่งประกาย “ฟางเจิ้ง ข้าวนายทั้งอร่อยและดูดี หากส่งขายออกไปจะต้องสร้างเงินเป็นกอบเป็นกำแน่! พอมีเงินนายก็ไม่ต้องกังวลเรื่องกินแล้ว กระทั่