กำลังปลูก หากแสงไม่สว่างไสว อาตมาจะปลูกเยอะๆ ไปทำไม? อยู่คนเดียวคงไม่ได้กินเยอะขนาดนั้น”
หวังโอ้วกุ้ยพูดต่อทันที “แกปลูกเพิ่มเถอะ พวกเรากลับไปแล้วจะช่วยแกป่าวประกาศ แต่คงไม่มากมายอะไรนัก อย่างน้อยคนในหมู่บ้านก็จะมาจุดธูปกัน อีกอย่างอาได้ยินมาว่าในเร็วๆ นี้ประเทศเรากำลังสนับสนุนให้สร้างวัด ถ้ายื่นเรื่องรายการขอเงินบริจาคได้ วัดนี้จะขยายใหญ่ได้เร็วขึ้นอีก”
ฟางเจิ้งรีบยืนขึ้น ประนมมือคารวะ “ขอบคุณอาหวังมาก”
หวังโอ้วกุ้ยยิ้มตอบกลับ “ไม่ต้องขอบคุณอาหรอก อาก็ทำเพื่อของกินนั่นแหละ”
ฟางเจิ้งยิ้ม เขาไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง การขยายวัดไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จะทำแค่เพื่อของกินได้ยังไงกัน สร้างวัดเหรอ? เล่นเป็นเด็กๆ ไปได้
หลังส่งหวังโอ้วกุ้ยกับถานจวี่กั๋วกลับไปแล้ว วัดเอกดรรชนีก็กลับมาเงียบอีกครั้ง
ในที่สุดฟางเจิ้งก็ได้กินข้าวอย่างสงบ แต่พอหยิบชามข้าวขึ้น กลับมีดวงตาเปล่งประกายคล้ายหิมะจ้องเขาตาเขม็ง! ทำเอากินไม่ลง พอก้มหน้ามองก็พบว่าเป็นหมาป่าเดียวดาย
………………………