ทำเสร็จก็จะซ่อมวัดให้ วันที่สองผมเลยทำความสะอาดจนเกลี้ยง ไม่คิดเลยว่าพระพุทธองค์จะแสดงอภินิหารจริงๆ เกิดเสียงดังติ๊งๆ แล้ววัดก็เป็นแบบนี้”
ฟางเจิ้งพูดจริงปนโกหก เพียงแต่ว่าเปลี่ยนระบบเป็นพระพุทธองค์ ปิดบังเรื่องราวบางส่วนเท่านั้น นี่คงไม่ถือว่าโกหกหรอกมั้ง…
อย่างน้อยระบบก็ไม่โดดออกมาลงโทษ แค่นี้เขาก็สบายใจแล้ว
พอได้ฟังฟางเจิ้ง หยางผิง หวังโอ้วกุ้ย ถานจวี่กั๋วสามคนมองหน้ากัน พอจะเชื่อก็รู้สึกว่าไร้สาระอยู่เล็กน้อย พวกเขาไม่เชื่อเรื่องพวกปฏิรูปหรือความเชื่อต่างๆ เหล่านี้มานานแล้ว ถ้าจะบอกว่าไม่เชื่อ แล้วสองสามวันเปลี่ยนไปขนาดนี้ได้ยังไง ไม่มีทางที่กำลังคนจะทำได้ อธิบายตามหลักการทั่วไปไม่ได้!
สุดท้ายสามคนนี้ก็ยังยอมรับคำพูดฟางเจิ้งไปโดยนัย ถึงอย่างไรก็ไม่มีคำพูดที่ดีกว่านี้
ถานจวี่กั๋วว่า “ฟางเจิ้ง แกรู้เรื่องนี้ดี อย่าบอกกับคนอื่น ถ้ามีคนถามให้บอกไปว่าหมู่บ้านออกเงินซ่อมให้ ที่เหลือฉันจะช่วยแกแก้ปัญหาเอง”
หยางผิงเบะปากพูดต่อ “เสมียนถาน นี่มันสมัยไหนแล้ว เขาไม่เชื่อเรื่องผีเทพเจ้ากันแล้ว พระพุทธองค์เป็นสิ่งที่ยอมรับให้เชื่อ ถึงผมจะเชื่อมั่นในวัตถุนิยม แต่ก็ไม่คัดค้านความเชื่อคนอื่นหรอก”
“พูดจาเหลวไหล” หวังโอ้วกุ้ยถลึงตามองหยางผิงแล้วเบี่ยงประเด็นไป “ฟางเจิ้ง แกทำอะไรกินในครัวน่ะ? ทำไมหอมจัง?”
ฟางเจิ้งยิ้มตอบ “ผม…” พูดถึงตรงนี้ฟางเจิ้งอึ้งไป เหมือนว่าตอนนี้เขาจะใช้คำว่าผมไม่ได้แล้ว จึง