างตา รองเท้าผ้าใบ สวมเสื้อเชิ้ตเหลืองอ่อนคลุมด้วยเสื้อโค้ตสีเขียวอ่อน คนที่พูดก่อนหน้านี้คือนักบัญชีหยางผิงในหมู่บ้าน อีกคนเป็นชายสูงอายุดูลึกลับยากจะคาดเดา นั่นคือเสมียนถานจวี่กั๋ว
เดิมทีสามคนนี้ไม่ได้จะขึ้นเขาเอกดรรชนี ถึงอย่างไรภูเขาก็ค่อนข้างชัน บันไดขึ้นเขามีตะไคร่สีเขียวยึดครองพื้นที่ หากไม่ระวังจะลื่นตกเขาถึงแก่ชีวิตได้ง่ายๆ ตอนนี้มีแค่นายพรานชราจำนวนหนึ่งกับผู้รักงานอดิเรกเป็นบางครั้งที่จะมาปีนเขาเอกดรรชนี
ส่วนมาไหว้พระอะไรบนเขาก็มีเพียงผู้สูงอายุที่ยังไม่ลืมภาพในอดีตอีกเล็กน้อยที่จะมา ตอนนี้หลวงจีนหนึ่งนิ้วไม่อยู่แล้ว ผู้สูงอายุเหล่านั้นจึงตัดภาพในอดีต ไม่มาอีก
สามคนคุยกันจนมาถึงยอดเขา พอเงยหน้าขึ้นก็ตะลึงงัน
“หยางผิง นี่มันวัดเอกดรรชนีที่กำแพงผุพังแถมกระเบื้องแตกอย่างที่แกบอกแน่เหรอ? หากนี่เป็นวัดผุพังกระเบื้องแตกจริงๆ เล้าหมูบ้านเราก็คงสู้ไม่ได้แล้วล่ะ!” ยังไม่ทันที่ผู้ใหญ่บ้านจะกล่าว ถานจวี่กั๋วก็มีท่าทีขมึงทึง
………………….