ให้ข้าวกี่เม็ด? คงไม่พอกับข้าวมื้อนึงล่ะมั้ง?” ฟางเจิ้งถามต่อ
“ข้าวผลึกไม่ใช่ข้าวธรรมดา เป็นข้าวที่นักบวชใต้เขาพระสุเมรุ[2]ใช้ประทังชีวิต หนึ่งเมล็ดให้ผลหนึ่งจิน[3]! ไร้สิ่งสกปรก เป็นประกายแวววาว เมื่อกินแล้วจะไม่เกิดเศษกากใดๆ จะถูกร่างกายสูบไปทั้งหมด ร่างกายจะได้รับพลังงานเพราะกินข้าวผลึก และจะไม่เกิดการเจ็บป่วยเพราะมัน ข้าวแบบนี้ หนึ่งเมล็ดหนึ่งร้อยหยวนแพงรึไง?” ระบบถามกลับ
ฟางเจิ้งตอบไม่ถูก จึงพูดด้วยหน้าเหยเก “หากเป็นอย่างที่นายว่าจริงๆ ก็คงไม่แพง ซื้อมาลองสักเมล็ดก่อนก็ดี ถามอีกข้อ ที่นายบอกว่าไม่มีเศษกาก หมายความว่ากินข้าวผลึกแล้วจะไม่ต้องถ่ายเหรอ?”
“ใช่!”
“เจ๋ง!” ฟางเจิ้งยกนิ้วโป้งให้
ฟางเจิ้งกำลังคิด แต่ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วจึงลองดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน
แต่เมื่อกล่าวไป ในมือฟางเจิ้งมีเมล็ดข้าวยาวหนึ่งเซนติเมตรเพิ่มมาหนึ่งเมล็ด สีสันแวววาว อิ่มเอิบเต็มเปี่ยม เมล็ดข้าวไม่มีเปลือกนอก มองยังไงก็ไม่คล้ายเมล็ดปกติ ข้าวบ้านใครแบบนี้คงจะเจ๊งไม่มีเสื้อใส่ล่ะมั้ง?
ขณะฟางเจิ้งงึมงำในใจก็หยิบเงินออกมาจากในถุง พูดในใจ ‘เหมือนว่าระบบจะไม่ได้เก็บเงินไป หรือว่าเห็นเราเป็นไต้ซือเลยให้ฟรี?’
แต่แล้วเงินกลับเหลือเพียงห้าร้อยหยวน!
“ระบบ นายขโมยเงินฉัน!” ฟางเจิ้งร้อนรนแล้ว กำลังทรัพย์เขามีแค่นี้ อย่าว่าแต่ร้อยหยวนเลย แค่สตางค์เดียวก็เป็นเงินประทังชีวิต! ด้วยความร้อนใจจึงเดินไปหยิบน้ำบนโต๊ะขึ้นมาดื่มจ