ง แม่ไก่พยายามดิ้นไม่หยุด แต่ทุกครั้งหนีไปได้ไม่กี่เมตรก็ถูกหมาป่ากระโจนเข้ามาดึงกลับไป เห็นได้ว่ามันกำลังเล่นอยู่…
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็พูดไม่ออก เดินเข้าไปชี้หน้าหมาป่าเดียวดาย “มาเล่นไก่ตอนเช้าตรู่แบบนี้…เอ่อ…ชั่วร้ายจริงๆ อมิตพุทธ” ฟางเจิ้งรีบท่องบทสวดเพื่อสงบจิตใจ จากนั้นเอ่ยต่อ “นายจับไก่ตัวนี้มากินได้ แต่จะทรมานมันไม่ได้รู้ไหม?”
หมาป่าเดียวดายเห่าสองที
ฟางเจิ้งตะลึงงัน “นายจับไก่มาให้ฉันเหรอ?”
หมาป่าเดียวดายพยักหน้ารัวๆ เหมือนกำลังพูดว่า ใช่ จับมาให้นาย รีบกินเถอะ มันอร่อยนะ
ฟางเจิ้งมองแม่ไก่อ้วนกลมก่อนลูบหัวตัวเอง รู้สึกเศร้าในใจ แม้จะอยากกินเนื้อสัตว์แค่ไหนก็ตาม ก็ได้แต่อดกลั้นไว้ ด่าคนถูกฟ้าผ่า ขืนกินเนื้อสัตว์ ผีก็รู้ว่าระบบจะลงโทษเขายังไง คงจะจับลงหม้อน้ำมัน?
คิดๆ แล้วฟางเจิ้งก็หวาดกลัว เลยพูดอย่างเคร่งขรึม “อมิตพุทธ หมาป่า นายกินไก่เพราะสัญชาตญาณ อีกอย่างนายไม่เชื่อพุทธ ไม่ใช่นักบวช เลยกินเนื้อได้ แต่ฉันเป็นนักบวช นักบวชฆ่าสัตว์กินเนื้อไม่ได้ หากนายจะกินไก่ตัวนี้ก็กิน หากไม่กินก็ปล่อยไป”
หมาป่าเดียวดายอึ้ง จากนั้นก็งับไก่เตรียมจะไป
ฟางเจิ้งเห็นร่างอ้วนอวบของแม่ไก่ ไม่ว่ามองยังไงก็ไม่เหมือนสัตว์ป่า จึงตบป้าบเข้าที่หัวแล้วเรียกไว้ “เดี๋ยว! นายได้ไก่ตัวนี้มาจากที่ไหน? บนเขาเอกดรรชนีไม่มีนี่” ฟางเจิ้งพูดจบก็ว่าต่อทันใด “บนเขาเอกดรรชนีไม่มีไก่!” กล่าวในใจต่อ ‘อมิตพุทธ ชั่วร