“อมิตพุทธ”
ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ฟางเจิ้งไปอ่านพุทธคัมภีร์ ในเมื่อจากนี้ต้องเป็นนักบวช ก็ต้องเป็นมืออาชีพหน่อย ถึงเขาจะไม่มีพุทธคัมภีร์ที่ลึกล้ำอะไร แต่การอ่านหนังสือมาก อย่างน้อยก็รับประกันว่าภายภาคหน้าตอนที่แลกเปลี่ยนความรู้กันจะได้ไม่ทิ้งห่างกันไปไกลนัก…
ฟางเจิ้งไม่ได้กินมื้อกลางวัน แต่ดื่มน้ำเย็น นอนกลางวันพักหนึ่ง หิวจนไม่หิวแล้ว
มื้อเย็น ฟางเจิ้งต้มโจ๊กกินหนึ่งหม้อ ฉีกผักป่าที่เก็บมาตอนบ่าย กินคู่กับผักดองเล็กน้อย ก็ถือว่าเป็นมื้อเย็นที่สมบูรณ์
ก่อนเข้านอนยังไปดูข้าวผลึกในกระถางใหญ่ แต่ก็ยังเป็นดิน ไม่เปลี่ยนไปเลย ก่อนพึมพำ “ระบบไม่น่าจะหลอกฉันหรอกมั้ง? รอวันพรุ่งนี้ครบหนึ่งวันแล้วถ้าไม่สุก ฉันจะให้คะแนนสินค้าแย่แล้วก็คืนสินค้าด้วย!”
ถึงจะพูดแบบนี้ แต่เขามั่นใจด้วยความที่ระบบเป็นเจ้าของกิจการ จะให้คะแนนแย่ยังไง จะฟ้องร้องยังไงก็เป็นไปไม่ได้ จึงได้แต่ปลอบใจตัวเองเท่านั้น
ฟางเจิ้งกอดความสงสัยนี้ไว้เดินกลับเข้าไปนอนในห้อง
เข้าสู่กลางดึก แสงจันทร์ส่องลงบนกระถางดอกไม้ หนึ่งเค่อต่อมากระถางเกิดการเคลื่อนไหว ดินเรียบนิ่งค่อยๆ โป่งขึ้น จากนั้นมีหน่ออ่อนผุดออกมา แกว่งไกว บิดตัวเติบโตขึ้นไม่หยุด ไม่กี่นาทีมีความสูงหนึ่งเมตร ทั้งยังมีท่าทีจะโตอีก!
วันที่สอง ฟางเจิ้งตื่นเพราะเสียงไก่ขัน สะลึมสะลือลุกขึ้นมา เปิดประตูออกไปก็เห็นหมาป่าเดียวดายนอนหมอบอยู่ในลาน ในกรงเล็บกดแม่ไก่แก่เอาไว้ตัวหนึ่