“ในอุโบสถห้ามใช้ส้นเท้าเดิน ห้ามพิงผนัง พิงโต๊ะหรือยืนเท้าสะเอว แล้วก็ห้ามยันผนังหรือถ่มน้ำลายอะไรพวกนี้ ตอนนั่งก็ห้ามนั่งอ้าขา เวลายืนก็ต้องวางมือหรือประสานมือยืนตรง เพื่อแสดงความเคารพ
ในอุโบสถห้ามหาวนอน ห้ามถ่มน้ำลาย ห้ามผายลม เป็นต้น หากทนไม่ไหวก็ควรออกไปนอกอุโบสถ ตอนหาวก็ควรจะใช้แขนเสื้อปิดปาก ตอนถ่มน้ำลายก็ให้ใช้กระดาษทิชชูปิดปากไว้ ห้ามเข้าๆ ออกๆ จะรบกวนทุกคน
แน่นอนว่าวัดเอกดรรชนีของอาตมาไม่มีคนมาจุดธูปเลย จึงไม่เกิดเรื่องรบกวนทุกคน”
พูดถึงตรงนี้ฟางเจิ้งถอนหายใจ หว่างคิ้วมีความหดหู่ใจเพิ่มมาเสี้ยวหนึ่ง พูดถึงตรงนี้เขาเพิ่งนึกออกว่าภารกิจที่ระบบมอบให้เขายังทำไม่สำเร็จเลย! นั่นคือจุดธูปสิบดอกในหนึ่งเดือน ดูเหมือนง่าย แต่ทำจริงยากมาก
ฟางอวิ๋นจิ้งเห็นดังนั้นจึงหยั่งเชิง “ไต้ซือ กังวลเรื่องจุดธูปหรือคะ?”
ฟางเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย “ใช่”
“ไต้ซือ ท่านเก่งกาจขนาดนี้ ทำนายภัยความเป็นตายได้ ทั้งยังสั่งสอนสัตว์ป่าได้อีก เป็นพระอาจารย์ที่มีความสามารถแท้จริง ยังกลัวเรื่องไม่มีคนมาจุดธูปอีกหรือคะ? เดี๋ยวพวกเรากลับไปแล้วจะช่วยท่านประกาศให้ ถึงตอนนั้นรับรองว่าวัดนี้จะต้องมีแสงธูปสว่างไสว!” หม่าเจวียนพูดเสริม
จ้าวต้าถงกับหูหานก็พากันพยักหน้า จากนั้นพวกเขาก็เริ่มปรึกษากันถึงกลยุทธ์ในการป่าวประกาศ อย่างเช่นส่งรูปภาพลงบนอินเทอร์เน็ต เขียนบรรยายลงกลุ่มQQ[1] และก็จัดหมู่คณะให้มาเที่ยวกันอีกครั้ง…
ฟา