งเจิ้งฟังจนงง แต่ก็ไม่ได้อะไรนัก นักศึกษาเหล่านี้ทรมานเขาจริงๆ ถึงอย่างไรตอนเขาเรียนหนังสือก็โดดเรียนตลอด…
ระหว่างนั้นพวกเขายังถามถึงปัญหาเกี่ยวกับพระธรรม ฟางเจิ้งก็ยังตอบได้ ความจริงแล้วอันไหนตอบไม่ได้ก็จะยิ้มและเงียบไป ให้อีกฝ่ายคาดเดาเอา
‘พอมาถึงคราวต้องใช้ความรู้ ทำไมฉันถึงไม่ตั้งใจเรียนกันนะ เรื่องง่ายๆ ก็ยังพออาศัยเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อก่อนได้ แถแบบเป็นพิธีไป ซับซ้อนเกินไปจริงๆ ดูแลทางนี้ทางนั้นก็ดูแลไม่ถึง การเป็นไต้ซือคงไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันก็ควรจะอ่านหนังสือเยอะๆ แล้ว เติมเต็มความรู้บ้าง’ ฟางเจิ้งมองคนเหล่านี้ที่หลับไปแล้วพลางปลงในใจ
หนึ่งคืนผ่านไปเงียบเชียบ วันที่สองฟ้าสาง ฟางเจิ้งถึงกลับเข้าไปในวัด
ในวัดมีเขาคนเดียว งานที่ต้องทำทุกวันก็มีไม่น้อย ทำวัตรเช้าขาดไม่ได้ ทำความสะอาดอุโบสถก็ขาดไม่ได้ และยังต้องทำอาหารเช้าอีก จึงยุ่งมากจริงๆ
อาหารเช้าเป็นโจ๊กหนึ่งชามกับผักดองเค็มจานเล็ก ถึงจะยากจนอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ฟางเจิ้งก็ยากจนจริงๆ และก็หมดทางเลือกแล้ว
ส่วนหมาป่าเดียวดาย ฟางเจิ้งให้มันออกไปหาอาหารกินเอง ตอนนี้เขาเลี้ยงมันไม่ไหว หมาป่าเป็นฝ่ายหากินเองมาตลอด…ทว่าเขาก็กำชับมันแล้วว่าห้ามโจมตีคน และก็ห้ามลงเขาไปขโมยของ ได้แต่ล่าสัตว์อยู่บนเขาเองเท่านั้น
ฟางเจิ้งกินโจ๊กไปสามชามติดกันจนตัวเองยังรู้สึกว่าฟุ่มเฟือยไปบ้าง ก่อนลูบท้องที่อิ่มจนนูนออกมา ขณะกำลังจะไปบูชาพระกลับได้กลิ่นธูป!