ฟางเจิ้งร้อนใจ เดิมทีการจุดธูปก็ไม่ได้เฟื่องฟูนัก นานๆ จะมีมาสักสองคน แต่กลับไม่มีกล่องบริจาค เป็นใครก็ต้องขาดรายได้ตรงจุดนี้ ถึงยังไงก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเนื้อแท้อย่างนักศึกษาสี่คนนั้น
“บนภูเขาเอกดรรชนีมีที่ดิน ร่างสถิตปลูกอาหารกินเองได้” ระบบตอบกลับอย่างมั่นใจ
ฟางเจิ้ง “ไอ้เวรเอ๊ย นายบ้าไปแล้วเหรอ? นี่มันฤดูใบไม้ร่วง ให้ฉันทำนาเนี่ยนะ? ข้าวไม่ออกฉันก็เป็นโครงกระดูกกันพอดี? อีกอย่าง ต่อให้ปลูกจริงๆ ก็ไม่มีเงินซื้อเมล็ดหรอก!”
เปรี้ยง!
สายฟ้าผ่าลงมาจากอากาศลงตรงหน้าฟางเจิ้ง
“ด่าระบบจะถูกฟ้าผ่า ทุกวันจะเตือนสามครั้ง หากเกินกว่านั้นจะผ่านาย” ระบบโต้ตอบ
ฟางเจิ้งยกนิ้วกลางให้
เปรี้ยง!
สายฟ้าผ่าลงตรงหน้าเขาอีกครั้ง ส่งเสียงดังสนั่นจนแก้วหูดังอื้ออึง แววตาพร่ามัวจะหมดสติ
“ทำมือเป็นการดูหมิ่นก็เท่ากับด่าว่าทางปาก นอกจากนี้ พลานุภาพของสายฟ้าจะรุนแรงขึ้นด้วย” ระบบเตือนอีกครั้ง
ฟางเจิ้งหอบหายใจแรงด้วยความโกรธ “เอาเถอะ! พวกเรามาคุยกันเรื่องปัญหาปากท้องดีกว่า ไม่มีเมล็ดแล้วฉันจะปลูกยังไง?”
ระบบตอบ “ร่างสถิตซื้อเมล็ดจากฉันได้ ปลูกได้สี่ฤดูตลอดปี วันเดียวออกผล จำนวนเยอะ คุณภาพดี ไม่มีสิ่งเจือปนด้วย แถมยังเพิ่มสมรรถนะร่างกายให้อีก กินไปไม่มีข้อเสียแน่นอน ส่วนเงินที่จะซื้อเมล็ด นายก็มีเงินอยู่ในมือไม่ใช่เหรอ?”
ฟางเจิ้งก้มหน้ามองเงินแปดร้อยหยวนในมือก่อนรีบเก็บไป “นายอย่าหวัง! ฉันจะลงเขาไปซื้อเอง!”
“