จ้าวต้าถงก็กลัวอยู่เหมือนกัน แต่แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ “สัตว์ป่ากลัวไฟเป็นสัญชาตญาณ ฉันไม่เชื่อว่ามันจะเหนือกว่าสัญชาตญาณ!”
“แต่สัตว์ป่ากินเนื้อเป็นสัญชาตญาณนะ…” หูหานตอบโดยจิตใต้สำนึก
“นายหุบปากเถอะน่า! คิดว่าฉันยังกลัวไม่พอรึไง? ให้ฉันมีเหตุผลเสริมความกล้าหน่อยไม่ได้เรอะ?” จ้าวต้าถงแทบจะร้องไห้ ถึงเขาจะมีร่างกายสูงใหญ่ แต่ในมือมีเพียงท่อนไม้พังๆ แถมเขายังไม่ใช่อู่ซง[1] ไม่คิดว่าตนจะเอาชนะหมาป่าได้เลย! รั้งเอาไว้ได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
วินาทีที่จ้าวต้าถงจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนั้น หมาป่าเดียวดายพลันเพิ่มความเร็วพุ่งกระโจนเข้ามา!
“ระวัง!” ฟางอวิ๋นจิ้งเตือน หม่าเจวียนกรีดร้อง!
จ้าวต้าถงทุบคบเพลิงไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว! ผลคือตาลาย ช่วงที่หมาป่าเดียวดายจะพุ่งชนเขานั้น มันกลับอ้อมจ้าวต้าถงกระโจนไปหาฟางอวิ๋นจิ้งกับหม่าเจวียน! หม่าเจวียนไปหลบอยู่ข้างหลังฟางอวิ๋นจิ้ง ส่วนฟางอวิ๋นจิ้งตกใจจนหน้าขาวซีด ลืมหลบไปแล้ว เห็นหมาป่าตรงหน้าพุ่งเข้ามา เธอจึงหลับตาคิดในใจ ‘หลับตาให้แน่นไว้ ไม่น่าจะเจ็บอะไร…’
แต่ว่า…
ในจินตนาการกลับไม่ได้ถูกกัด แต่มีความรู้สึกว่ามีวัตถุหายใจตรงคอหอย ชื้นๆ และยังมีกลิ่นเหม็นคาวจนเธออยากจะอาเจียน
ตอนนี้เองบทสวดนุ่มนวลดังขึ้น “อมิตพุทธ เดรัจฉาน กล้าทำร้ายคนหน้าประตูวัดแบบนี้ไม่กลัวตายไปแล้วถูกไต้ซือพิชิตมังกรโยนไปในหม้อทำสุกี้เนื้อสุนัขรึ?”
คำสวดอมิตพุทธก่อนหน้าทำให้คนฟั