ยน่าหวาดกลัวอย่างแน่นอน
หลินเฮาเทียนโพลงออกมาว่า “ผู้อาวุโส หากปล่อยเขาไป ไม่แน่ว่าเขาอาจส่งคนมาไล่ล่าข้าอีก”
ร่างจิตจำแลงเทพตอบว่า “เช่นนั้นถึงเวลาเจ้าก็ค่อยสังหารเขา แต่เดิมนี่ก็เป็นการฝึกฝนของเจ้า”
บทสนทนาของทั้งสองคนยั่วโมโหบุรุษชุดสีครามอย่างล้ำลึก มรดกวิชาของจักรพรรดิยุทธ์ถูกหลินเฮาเทียนยึดครองไว้ผู้เดียวเพราะภาพศิลาแผ่นนั้นแตกสลายจนเขาไม่อาจครอบครองมรดกวิชาของจักรพรรดิยุทธ์ได้ ซ้ำร้ายเขายังถูกหลินเฮาเทียนทำลายโฉมหน้าอีก จะให้เขาเลิกแล้วต่อกันไปง่ายๆ ใจเขาไม่ยินยอมจริงๆ
ร่างจิตจำแลงเทพยกมือขวาขึ้น นิ้วชี้ชี้ไปทางคนที่อยู่ไกล บุรุษอาภรณ์สีครามตกใจหันหลังเผ่นแน่บทันที
แม้หลินเฮาเทียนจะเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ยังเผยรอยยิ้ม เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้น “ผู้อาวุโส สาเหตุที่เขาไล่ล่าข้าเป็นเพราะข้าได้คัมภีร์สังสารวัฏไร้พ่ายมรดกวิชาของจักรพรรดิยุทธ์มา ท่านอยากเรียนหรือไม่ ข้าสอนท่านได้นะ!”
เจียงฉางเซิงช่วยเขาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า ในหัวใจเขานับอีกฝ่ายเป็นครอบครัวคนสำคัญที่สุดไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ปิดบังสักนิด เขารู้สึกว่าตนเองสมควรตอบแทนผู้อาวุโสบ้าง
ร่างจิตจำแลงเทพกล่าวว่า “ค่อยสอนข้าในฝันเถิด ข้าจะพาพวกเจ้าออกไปหาสถานที่รักษาบาดแผลก่อน”
เขาย่อมไม่ปฏิเสธมรดกวิชาของจักรพรรดิยุทธ์อยู่แล้ว ต่อให้เขาไม่เรียนก็ให้ผู้อื่นเรียนได้ ร่างจิตจำแลงเทพพาพวกเขาออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงเกาะแห่งหนึ่ง
“ภ