าพศิลาอีกสองแผ่นที่เหลือยังอยู่หรือไม่” ร่างจิตจำแลงเทพถาม
หลินเฮาเทียนที่กำลังนั่งสมาธิรักษาอาการบาดเจ็บ ลืมตาขึ้นมาตอบ “ไม่อยู่แล้วขอรับ พอข้าได้รับสืบทอดมรดกวิชาของจักรพรรดิยุทธ์มาเรียบร้อย ภาพศิลาทั้งสามก็แตกเป็นชิ้นๆ แม้แต่หุบเขายักษ์นั้นก็ระเบิดไปด้วย โชคยังดีที่ข้าหนีไว”
ในใจเขาแอบชื่นชมความแข็งแกร่งของเจียงฉางเซิง นึกไม่ถึงว่าแม้แต่รายละเอียดถิ่นที่เขาไปพบ อีกฝ่ายก็ยังรู้ด้วย เจียงฉางเซิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเสียดายนิดๆ ที่พลาดจากมรดกวิชาของเผ่าปีศาจกับเผ่าอสูรเสียแล้ว
เดือนเก้า เยี่ยสวินตี๋ใช้พลังแห่งโชคชะตาของต้าจิ่งหล่อหลอมกายา ฝึกปรือวิชากายเทพมหาวัชระจนบรรลุเบื้องต้น พลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างท่วมท้น เขาผสานเป็นหนึ่งเดียวกับพลังโชคชะตาของต้าจิ่งอย่างสมบูรณ์ ทำให้พลังโชคชะตาของต้าจิ่งเพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด
พลังที่เพิ่มขึ้นพรวดพราดนั้นก็ยังดำเนินต่อไป ฮ่องเต้ซุนเทียนยิ้มปากไม่หุบตลอดทั้งวัน เขาเป็นฮ่องเต้ของราชวงศ์แห่งโชคชะตา จึงสัมผัสพลังโชคชะตาได้ชัดเจนที่สุด เขาไม่ขี้เหนียว แต่งตั้งเยี่ยสวินตี๋เป็นจอมทัพเทพพิทักษ์สมุทร ได้รับเบี้ยหวัดขุนนางขั้นสอง แต่ไม่มีพลทหารใต้ปกครอง ถึงอย่างนั้นเมื่อเรื่องนี้ถูกประกาศไปทั่วใต้หล้าก็ทำให้เยี่ยสวินตี๋มีหน้ามีตาเป็นอย่างมาก
ประชาชนหนึ่งร้อยสี่สิบเก้ารัฐของต้าจิ่งตื่นเต้นเพราะในราชโองการประกาศระดับขั้นพลังยุทธ์และความเป็นมาของเยี่ยสวินตี๋