ลอกบ้านั่นบอกว่าทำนายดวงชะตาได้ไม่ใช่เหรอ? เห็นว่าฉันมีภัยนองเลือด แล้วทำไมถึงไม่เห็นว่าจ้าวต้าถงมีภัยถึงชีวิตล่ะ? ฮือๆๆ ไอ้คนโกหก จ้าวต้าถงพูดถูก นักบวชเป็นพวกลวงโลกกันทั้งหมด…ฮือๆๆ”
แต่ทันใดนั้นเอง
“อย่าเพิ่งด่า อย่าเพิ่งตะโกน ยังไม่ตาย! ฉันจับต้นไม้เอาไว้ได้!” เสียงจ้าวต้าถงพลันดังแว่วมา สามคนอึ้งไปก่อน จากนั้นต่างดีใจกันขึ้นมา
หูหานตื่นเต้น “นายจับไว้ให้ดีๆ อย่าตกลงไปล่ะ ฉันจะขึ้นเขาไปหาเชือกมาดึงนายขึ้นไป!”
ฟางอวิ๋นจิ้งเสริม “ใช่ๆๆ นายอย่าใจร้อนนะ!”
“ไม่ใช่…” จ้าวต้าถงตะโกนขึ้นมา
ผลสุดท้ายหม่าเจวียนพูดเสียงดัง “ไม่ใช่อะไร? นายจับไว้ให้แน่น อย่าตกลงไปนะ ฉันจะลงเขาไปเรียกคนมาช่วย”
“ไม่ใช่ พวกเธอฟังฉันพูดก่อน” จ้าวต้าถงตะโกนขึ้นมา
“ไม่ใช่อะไรเล่า? ตอนนี้นายอย่าเพิ่งพูด ฉันจะไปหาเชือกก่อน” หูหานตอบกลับ
จ้าวต้าถง “ไม่ใช่ นายฟังฉัน!”
หูหานจะพูดอะไรบางอย่าง ฟางอวิ๋นจิ้งพลันนึกอะไรออก “เชือกเหรอ? นายจะบอกว่าต้องการเชือกเหรอ?”
หูหานเกาหัวข้างหลัง “ก็ใช่สิ ไม่หาเชือกแล้วจะหาอะไร?”
“ฉันจำได้ว่าหลวงจีนวัดเอกดรรชนีเพิ่งเอาเชือกลงมาไม่ใช่เหรอ ตอนเขากลับไปก็ไม่ได้ถือเชือกไปด้วย ใช่หรือเปล่า?” ฟางอวิ๋นจิ้งกล่าว
หม่าเจวียนเกาหัวแล้วพูดขึ้น “เหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะ”
หูหานก็พยักหน้า
ฟางอวิ๋นจิ้งพูดต่อ “เขาเอาเชือกไว้ที่นี่ ไม่ต้องขึ้นเขา หาดูรอบๆ…”
“พวกเธอไม่ต้องหา ฟังฉันพูดให้จบก่อนได้หรือเปล่า