ความจริงการยั่วโมโหฟางเจิ้งไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ใช่เพราะระบบเตือนอีกครั้งว่าหากทำผิดจะถูกหักคะแนน ซ้ำยังเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ! ฟางเจิ้งคงแคะอิฐเขวี้ยงใส่แล้ว…
ตอนนี้เองเสียงสุภาพดังแว่วมา “เอาล่ะ หม่าเจวียน จ้าวต้าถง พวกเธออย่าเสียงดังนักเลย เขาแค่พูดประโยคเดียว ทั้งยังไม่ให้พวกเราจ่ายเงินอีก อภัยได้ก็อภัยเถอะ”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็รู้สึกอบอุ่นในใจ ‘ยังมีคนที่มีความเป็นธรรมอยู่จริงๆ มิน่าถึงได้หน้าตาดีนัก คนนิสัยดีย่อมหน้าตาดีเป็นธรรมดา!’
แต่ต่อมาฟางเจิ้งก็ต้องสำนึกเสียใจภายหลัง
ได้ยินฟางอวิ๋นจิ้งพูดต่อ “เฮ้อ น่าเสียดายหลวงจีนนั่นภายนอกก็ดูดีนะ รับสืบทอดต่อวัด ไม่ฝึกพระธรรม แต่ดันเรียนการโอ้อวดหลอกลวงคนอื่น…”
ฟางเจิ้งน้ำตานองหน้า คิดในใจ ‘ฉันถูกหลอกมากกว่าเธออีก! ฉันไปหลอกใคร? เวรจริงๆ อุตส่าห์พูดเตือนแล้วเป็นแบบนี้เนี่ยนะ? ทำไมทำกันแบบนี้?’
“ติ๊ง! นี่คือเหตุผลว่าพระถังซัมจั๋งไปเอาพระไตรปิฎกแล้วยังต้องจ่ายเงิน คำสอนของพระพุทธองค์จะถ่ายทอดกันตามอำเภอใจได้ยังไง? เมื่อถ่ายทอดแล้วก็ไม่มีมูลค่าแล้ว กระทั่งไม่มีใครสำนึกในบุญคุณ”
“นี่พี่ระบบ ในที่สุดก็พูดภาษาคนสักทีนะ! ได้ จากนี้ฉันจะไม่บอกความลับสวรรค์ตามอำเภอใจแล้ว บางคนก็สมควรถูกลงโทษ” ฟางเจิ้งทำเสียงหึหึด้วยความโกรธ
“ติ๊ง! ขอชี้แนะอย่างเป็นมิตร ช่วยชีวิตคนหนึ่งคนมีค่ามากกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น นั่นคือบุญกุศลครั้งใหญ่! จะได้รับคะแนน