้นจะถูกมองว่าหยาบคายได้ ดีไม่ดีจะถูกไอ้คนอารมณ์ร้อนนั่นทุบตีเอา คงได้ไม่คุ้มเสีย ส่วนจะให้ไปเอาของหลังลานวัด เขาก็ขี้เกียจอีก…
“นี่เณรน้อยทำอะไรอยู่?” จ้าวต้าถงมองฟางเจิ้งอย่างไม่เข้าใจ
ฟางเจิ้งตอบ “เปิดเผยความลับสวรรค์ไม่ได้ ที่นี่คือวัดของอาตมา อาตมาจะทำอะไรย่อมมีเหตุผล อย่าขยับของของอาตมา…”
ฟางเจิ้งพูดจบพลันอึ้งไป มีภาพหนึ่งขยับวูบผ่านในดวงตา เห็นจ้าวต้าถงลื่นตกเขาไป ดีที่เจ้าคนนี้ร่างกายแข็งแรงเหมือนวัวจึงจับกิ่งไม้เอาไว้ได้ทัน จึงไม่ตกลงไปตาย แต่ก็ค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น ขึ้นไม่ได้ ลงก็ไม่ได้
“เณรน้อย มองฉันแบบนี้หมายความว่าไง? จะบอกให้นะ ฉันไม่ชอบผู้ชาย!” จ้าวต้าถงถูกฟางเจิ้งจ้องมองจนรู้สึกขนลุกเล็กน้อย
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย หลังมองจ้าวต้าถงอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ส่ายศีรษะ หมุนตัวจากไป จ้าวต้าถงเห็นแววตา ‘ลึกซึ้ง’ นั้นแล้วขนลุกไปทั้งตัว
ฟางเจิ้งเดินไปพลางเอ่ยต่อ “อย่าขยับรองเท้าอาตมา ไม่อย่างนั้นจะถูกปรับห้าร้อย!”
“ทำไมไม่ปล้นกันไปเลยล่ะ?” จ้าวต้าถงตะโกนด้วยความโมโห แต่ฟางเจิ้งพูดถูก นี่คือวัดของเขา เป็นกฎที่เขาตั้ง ต่อให้จ้าวต้าถงจะร้ายกว่านี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ทว่าจ้าวต้าถงก็ยังคงจับตาดูไว้พลางพูดเย้ยเยาะ “แกคงจะตั้งใจวางไว้สิท่า ให้พวกอวิ๋นจิ้งเตะ จากนั้นก็อาศัยจังหวะหลอกเอาเงิน? มีฉันอยู่แกอย่าหวังเลย ฉันจะดูอยู่ตรงนี้ ดูซิว่าแกจะยังมีลูกเล่นอะไรอีก!”
ตอนนี้เอง หม่าเจวียน ฟางอวิ๋นจิ้