เด็กสาวอีกคนค่อนข้างเงียบ สวมแว่นตา มีท่าทีสุภาพเรียบร้อยดั่งคนในภาพวาด
เธอส่ายหน้าพลางว่า “อย่าพูดแบบนั้น คนดีๆ ก็มี”
“ช่างเถอะ ตอนนี้ในวัดมีแต่หลวงจีนอ้วนฉุ ฉันไม่เชื่อเรื่องพุทธแล้ว ฉันเปลี่ยนศาสนาเป็นพระเจ้าแล้ว จากนี้ฉันคือบุตรของพระเจ้า ไปที่ไหนก็มีพระเจ้าคุ้มครอง” เด็กหนุ่มตัวใหญ่หน้าเรียวยาวพูดจบก็ขยับไม้กางเขนตรงคอ
“เอาล่ะ มาพูดจาไม่ดีแบบนี้หน้าประตูวัดคนอื่นไม่ดีหรอก ฉันเหนื่อยจนเดินไม่ไหวแล้ว เข้าไปพักกันหน่อยเถอะ พวกเธอจะเข้าไปกันหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มหน้าสิววัยรุ่นถาม
“หูหานพูดถูก ไป เข้าไปดูกัน” เด็กหญิงร่างท้วมกล่าว
เด็กหนุ่มหน้าเรียวยาวเอ่ยต่ออย่างไม่ใส่ใจ “ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปดูกัน พักสักเดี๋ยว ดื่มน้ำสักหน่อย แล้วเราค่อยเริ่มทำอาหารป่ากินกัน กินเสร็จจะได้ตั้งแคมป์”
พอได้ยินเรื่องตั้งแคมป์กับทำอาหารป่า วัยรุ่นเหล่านี้ต่างพากันตื่นเต้น
เพียงแต่ว่ายิ่งใกล้วัดมากเท่าไร พวกเขาต่างรู้สึกจิตใจสงบมากขึ้นเรื่อยๆ ความร้อนรุ่มในตอนแรกค่อยๆ หายไป จนเดินมาถึงประตูวัดเอกดรรชนี พวกเขาต่างสงบลงโดยไม่รู้ตัว เสียงพูดคุยน้อยลง เด็กหนุ่มใบหน้าเรียวยาวมองป้ายวัดแวบหนึ่ง “ศาลเจ้าเอกดรรชนี? เป็นที่ที่มีนิ้วเดียวจริงๆ เล็กมาก…เล็กกว่าโบสถ์ทุกที่ที่ฉันไปอีก”
“เอาเถอะ รู้แล้วว่านายเชื่อพระเจ้า มาถึงถิ่นคนอื่นแล้วพูดให้น้อยๆ ลงหน่อย” เด็กสาวเรียบร้อยต่อว่า
เด็กหนุ่มหน้าเรียวยาวไม่คิดอย่างนั้