ิ้วมรณภาพไปจริงๆ แล้วเขาพลันพบว่าเขาผิด! หลวงจีนหนึ่งนิ้วไม่ใช่บ่วงรัดหัว แต่เป็นคนที่เขาใกล้ชิดที่สุด! เป็นบุพการี เป็นทุกอย่าง!
ดังนั้นเขาถึงร้องไห้ คุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพหลวงจีนหนึ่งนิ้วหนึ่งวัน หลังกลับขึ้นเขามาแล้วก็ยังร้องไห้อีกเจ็ดวัน!
หกวันก่อนหน้านี้เสียใจจริงๆ วันต่อมาหิว…
ดีที่วันที่เจ็ดหน่วยราชการส่งคนมาถวายข้าวและบะหมี่ให้ จากนั้นมอบเอกสารฉบับนี้ไว้ ทั้งยังเลื่อนขั้นจากสามเณรเป็นเจ้าอาวาสให้ฟางเจิ้ง! ถึงวัดจะไม่อยู่ในการดูแลของรัฐบาล การเลื่อนขั้นก็ไม่ใช่ แต่เอกสารฉบับนี้กลับมีประโยชน์อยู่บ้าง อย่างน้อยนับตั้งแต่นี้ไปฟางเจิ้งก็เป็นคนที่มีหลักแหล่งอย่างถูกต้อง
แต่ว่าฟางเจิ้งไม่ได้คิดจะเป็นนักบวช เขาอยากสึก แต่งงานมีลูก ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข! เขาไม่อยากจนอีกแล้ว!
พอนึกได้ดังนั้นฟางเจิ้งจึงหันหลับกลับไปมองพระแม่กวนอิมปางประทานบุตรกลางอุโบสถพลางตะโกนด้วยความโกรธ มีสิทธิ์อะไร? มีสิทธิ์อะไรที่พวกท่านได้รับการเซ่นไหว้บูชา แต่พวกเรากลับต้องยากจน? ผมจะไม่คอยรับใช้อีกแล้ว! ไม่ทำแล้ว! จะไปแล้ว!
‘ติ๊ง!’ ตอนนี้เองเกิดเสียงดังในความคิดฟางเจิ้ง ฟางเจิ้งตกใจสะดุ้ง ตะโกนเสียงดัง “ใคร?”
“ยินดีด้วยร่างสถิต ตรงตามเงื่อนไขการเปิดระบบพระพุทธองค์ มีวัดหนึ่งแห่งสำเร็จ มีผลทันที ท่านจะได้รับการปกป้องจากสวรรค์ เบิกเนตรหมื่นโลก”
“เล่นบ้าอะไร?” ฟางเจิ้งคิดว่ามีคนจะทำให้ตนอับอายจึงมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่ม