งแก่ผู้คุมกฎสำนักศึกษาชี้ฟ้า ทำให้เขานั้นหงุดหงิดอย่างมาก จึงสะบัดแขนเสื้อด้านซ้าย กระบี่บินได้บินขึ้นและแยกออกเป็นกระบี่ปราณสีฟ้าชี้ไปทางผู้คน เสียงตะโกนดังลั่นจนทำให้ทุกคนหยุดปาก
“เงียบ!…พวกเจ้าเห็นสำนักเซียนเป็นตลาดหรือไม่?”
ลั่วเหอกอดอกและตั้งใจฟังสิ่งที่ผู้คุมกฎกล่าวออกมา
“ในทุก ๆ 10 ปี จะมีการสอบคัดเลือกศิษย์ฝ่ายนอก ก็คือพวกเจ้าที่มากันวันนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการคัดกรอง ใครที่มีหยกแนะนำจากสำนักให้แยกไปด้านซ้าย คนที่ต้องการสอบให้แยกไปด้านขวา”
ผู้คนมากมายเดินไปด้านซ้าย มีเพียงไม่กี่คนที่เดินแยกมาด้านขวา คนเหล่านั้นที่น้อยนิดก็คือลั่วเหอ หยกขาวในมือของลั่วเหอเป็นสิ่งที่แสดงถึงการตอบแทนและการคัดเลือกจากศิษย์ในสำนักที่ออกไปทำภารกิจด้านนอกและพบผู้มีวาสนาเซียน
ผู้คุมกฎเดินมาหาลั่วเหอและจับแขนของลั่วเหอ เขาหลับตาลงก็พบว่าลั่วเหอมีเพียงรากวิญญาณระดับ 3 เท่านั้น ผู้คุมกฎถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายและมองลั่วเหออย่างเย็นชา
“เฮ้อ! เจ้าชื่ออะไร?”
ลั่วเหอคำนับผู้คุมกฎอย่างสุภาพ
“แซ่ลั่ว นามลั่วเหอขอรับ”
ผู้คุมกฎยื่นมือไปด้านหน้าลั่วเหอ ถุงมิติของผู้คุมกฎเปิดออก ได้มีป้ายเหล็กสล