ั่วครู่ก็จางหาย น้ำตาหยดลงพื้นก็จางหายไปเช่นกัน
3 เดือนต่อมา
ลั่วเหอเดินผ่านป่าไผ่มากมาย ยิ่งเดินก็ยิ่งพบกับผู้คนมากมายที่เดินมาจากคนละทิศคนละทาง ทุกคนนั้นล้วนเดินมาประจบที่ทางเดินเดียวกัน เป็นทางเดินที่ดูยาวไม่มีที่สิ้นสุด มีหมอกขาวลงตลอด คนรอบด้านของลั่วเหอล้วนแบกอาวุธเซียนระดับ 1 ของตนไว้ด้านหลัง บางคนก็ไว้ข้างเอว ครึ่งหนึ่งล้วนมีตบะระดับเปลี่ยนลมหายใจขั้นเริ่มต้น
คนหลายคนเดินไปด้านหน้าของลั่วเหอและสลายหายไปราวกับไม่เคยอยู่ตรงหน้าเขามาก่อน เมื่อลั่วเหอก้าวขาแรก ขาของเขาได้หายไป ลั่วเหอเดินทะลุไปทั้งตัวก็มาปรากฏในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ด้านหน้าคือประตูขนาดยักษ์ที่มีหินขนาดใหญ่เทียบเท่าประตู สลักชื่อสำนักไว้ ลั่วเหอเพ่งมองและกล่าวออกมา
“สำนักศึกษาชี้ฟ้า…”
ผู้คนมากมายไปรวมกันอยู่หน้าประตูสำนักศึกษาชี้ฟ้า พวกเขาทั้งหลายกำลังรุมล้อมผู้คุมกฎสำนักศึกษาชี้ฟ้า เป็นชายหน้าตาราว 30 ปี ไว้หนวดดำไม่ยาวนักเหนือริมฝีปากบน แววตาสีฟ้าดูมีชีวิตชีวา แต่มีรอยย่นบนใบหน้าหลายจุด สวมใส่อาภรณ์ฟ้าขาวประจำสำนัก ข้างแขนซ้ายของชายผู้นี้มีกระบี่บินระดับ 2 ที่มีปราณสีฟ้าลอยอยู่
ผู้คนมากมายต่างตะโกนกล่าวถามหลายเรื่อ