นต้ากล่าวออกมา และมันยังทำให้ลั่วเหอกังวลเรื่องการบำเพ็ญของตนเองอย่างมาก เพราะลั่วเหอไม่รู้สึกว่าตนเองจะสามารถเลื่อนระดับต่อไปได้ภายในสี่หรือห้าปี หลายเดือนมานี้ความรู้สึกยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จึงทำให้ลั่วเหอไม่อาจเบาใจได้ แม้จักรพรรดิมารสวรรค์จะคอยให้กำลังใจอยู่บ้างก็ตาม
ซุนต้าตบไหล่ลั่วเหอเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ ลั่วเหอถอนหายใจออกมา เขานั้นคงยากที่จะสามารถเข้าร่วมสำนักเซียนได้จริงๆ
การทดสอบยังคงเริ่มต่อไป เมื่อถึงรากวิญญาณระดับ 4 แสงสีฟ้าต่างลอยไปหยุดที่หน้าหลากหลายคน รวมถึงซุนต้าด้วย เป็นรากวิญญาณที่คนมีกันมากที่สุดรองจากรากวิญญาณระดับ 3
เพียงไม่นาน การทดสอบก็ไปถึงรากวิญญาณระดับ 5 มีเพียงสองคนที่แสงสีฟ้าลอยไปหยุดตรงหน้า
คนแรกก็คือเซียวฮวา ซึ่งเขานั้นรู้รากวิญญาณของตนเองมานานแล้ว แน่นอนว่าเหล่าอาจารย์ทั้งสี่ของแต่ละสำนักก็รู้เรื่องนี้ดี แต่พวกเขาก็ต้องตัดใจ เพราะเซียวฮวาเป็นอัจฉริยะของตระกูลเซียว ซึ่งเป็นตระกูลผู้บำเพ็ญ และลูกหลานทุกรุ่นล้วนเข้าร่วมกับสำนักเวียนสวรรค์ ที่เป็นอันดับ 1 ในทวีปเซวียนเทียน
แต่ว่าคนที่สอง ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นชายหรือหญิง คนผู้นี้สวมใส่ผ้าค