ลั่วเหอต้องการมันอย่างมาก เพื่อใช้เป็นอาวุธในการเดินทาง เพราะอาวุธของโจวเมิ่นนั้นเป็นอาวุธของผู้บำเพ็ญ
ลั่วเหอหน้าเคร่งเครียดและคิดในใจ
“โจวเมิ่น… แกรอข้าได้เลย!”
สามเดือนมานี้ ลั่วเหอได้ศึกษาวิชาค่ายกลและคำภีร์เซียนที่จักรพรรดิมารสวรรค์เขียนไว้ ล้วนเป็นวิชาพื้นฐานของเซียนระดับล่าง อย่างเขาที่สามารถฝึกและพอเข้าใจได้ และหนึ่งอย่างที่ลั่วเหอสนใจอย่างมากก็คือ ระดับของอาวุธที่มีด้วยกันสิบระดับ ซึ่งมีดบินปราณสีฟ้าขาวของโจวเมิ่นนั้นก็คืออาวุธระดับสอง
ผ่านไปไม่นาน ชายสวมผ้าคลุมหนังสัตว์ได้วิ่งมาถึงหน้าถ้ำ พวกเขามองรอบ ๆ ก็พบกับสัตว์อสูรระดับกลางที่ตายลง และรอยฟันจากคลื่นปราณที่ลั่วเหอปลดปล่อยออกมา พวกเขาจึงเข้าไปในถ้ำที่ลั่วเหอเคยใช้เป็นที่ปิดตนฝึกฝน
คนที่นำหน้าขาสั่นและล้มลง อีกสองคนเดินมาดูก็ตกใจเช่นกัน
เพราะตรงหน้าของพวกเขาทั้งสามคน คือซากของราชันย์อสรพิษหยกขาว ที่หายไปพร้อมกับลั่วเหอสามเดือนก่อน
หนึ่งในกลุ่มนั้นยิ้มออกมาและหันหลังเดินกลับพร้อมกับอีกสองคน หนึ่งในนั้นกล่าวขึ้น
“ไปเถอะ ท่านหัวหน้าต้องดีใจมากแน่ ฮ่า ๆ”