เมื่อเห็นคนที่อยู่บนหลังพิราบอินทรี สีหน้าของเป่ยกงเอ๋อร์ก็เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก ส่วนเป่ยกงถังนั้นหยาดน้ำตาคลอเบ้า
ซือหม่าโยวเย่ว์และคนอื่นๆ มายังทางเข้าประตูใหญ่ เมื่อเห็นคนที่มามุงดูอยู่เกือบหมื่นคนจึงยิ้มแล้วพูดว่า “เป่ยกง พวกเราพามารดาเจ้ากลับมาแล้ว”
พิราบอินทรีวางตัวพวกเขาลงบนพื้น จากนั้นจึงจำแลงกายเป็นมนุษย์ยืนอยู่ด้านหลังราชาพิราบอินทรี
“ท่านแม่!” เป่ยกงถังโผเข้าสู่อ้อมกอดของมารดาตนในทันใด
ถึงแม้ว่าบนใบหน้าของอิ่นหลานจะยังมีผ้าปิดตาคาดไว้ ถึงแม้ว่าพวกนางจะมิได้พบหน้ากันมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้แล้ว แต่นางก็ยังจำได้ในทันที
สติรับรู้ของอิ่นหลานมาถึงระดับที่ทดแทนดวงตาได้แล้ว แต่เมื่อได้สัมผัสกับอุณหภูมิที่แท้จริงของบุตรสาวที่คิดถึงคะนึงหาอยู่ทุกวันคืน ได้ยินเสียงเรียกท่านแม่ ที่ห่างหายไปนาน นางก็ยังอดที่จะดึงผ้าปิดตาออกมามิได้
ไม่เห็นแสงตะวันมานานเกินไป ถึงแม้ว่าเมื่อครู่จะปรับตัวอยู่คู่หนึ่งแล้ว แต่ชั่วขณะที่ถอดผ้าปิดตานั้นนางก็ยังคงรู้สึกว่าแสงสว่างจ้าทิ่มแทงดวงตา จึงหรี่ตาลงตามสัญชาตญาณ
“ท่านแม่ ท่านมิได้เห็นแสงตะวันมานานปีถึงเพียงนี้ แล้วถอดผ้าปิดตาออกมาทำไมกัน” เป่ยกงถังหยิบผ้า