งเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างหนึ่งขึ้นมาในหัวใจ ไม่เหมือนกับความอบอุ่นที่ได้รับยามอยู่กับพวกโยวเย่ว์ นั่นคือความรักใคร่อาทรที่นอกจากมารดาและน้องชายแล้ว ตนรู้สึกได้ถึงความรักใคร่อาทรอีกอย่างหนึ่ง
“อิ่นฮ่าว อย่าคิดว่าเจ้าเป็นคนของขุมอำนาจแห่งหนึ่งในแดนศูนย์กลางแล้วจะมาวางท่าใหญ่โตที่นี่ได้นะ ตระกูลเป่ยกงมิได้ทำเรื่องที่ผิดต่อพวกนางแม่ลูกเสียหน่อย” คนผู้หนึ่งในตระกูลเป่ยกงตะคอก
“ใช่แล้ว เจ้าพาคนมาที่นี่ คิดจะประกาศสงครามกับพวกเราตระกูลเป่ยกงอย่างนั้นหรือ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูด “กลัวแต่ว่าหากนายท่านตระกูลอิ่นทราบเข้าแล้วจะขับเจ้าออกมาจากตระกูลมาด้วยน่ะสิ!”
อิ่นฮ่าวหยิบป้ายคำสั่งอันหนึ่งออกมาแล้วพูดว่า “ข้ามาในฐานะตัวแทนตระกูลอิ่น คำพูดของข้าก็คือคำพูดของตระกูลอิ่น ผู้อาวุโสในตระกูลบอกไว้แล้วว่าถ้าหากวันนี้รับตัวน้องสาวข้ากลับไปไม่ได้ก็ให้ข้าถือป้ายคำสั่งนี้มาทุบหัวจนตายไปเสียให้สิ้นเรื่อง”
“ท่านลุง?” เป่ยกงถังมองอิ่นฮ่าวอย่างตกใจ นี่ไม่เหมือนกับที่หารือกันเอาไว้เลยนี่!
“ตอนกลับไปข้าได้พบกับผู้อาวุโสเข้า จึงได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง บางทีเขาอาจจะคิดจนทะลุปรุโปร่งแล้ว และใช้ชีวิตมาจนเกิดมโนธรรม