“โยวเย่ว์ยังเป็นปรมาจารย์ค่ายกลด้วยหรือ” เหลียนเจ๋อพูดอย่างตกใจอยู่พอสมควร
“พอรู้เรื่องอยู่บ้างน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เช่นนั้นเจ้าอยากไปดูสักหน่อยหรือไม่เล่า”
“ได้หรือไม่ล่ะ” หัวใจของซือหม่าโยวเย่ว์ก็คันยุบยิบเช่นกัน
เหลียนเจ๋อยังไม่ทันบอกว่าได้ ผู้ดูแลที่อยู่ข้างๆ ผู้นั้นก็ชิงเอ่ยปากพูดออกมาเสียก่อนว่า “ท่านเจ้าตำหนักเหลียน ปรมาจารย์ห่าวไม่ชอบให้มีคนดูตอนกำลังติดตั้งค่ายกลขอรับ”
เหลียนเจ๋อก็นึกถึงปัญหานี้ขึ้นมาได้เช่นกัน จึงพูดอย่างขอโทษขอโพยอยู่บ้างว่า “ปรมาจารย์ห่าวผู้นั้นมีบุคลิกค่อนข้างแปลกพิกล ต่อให้เป็นพวกเราเองก็ยังไม่กล้าไปยั่วยุเขา…”
“เช่นนั้นก็ช่างเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้ม
ถึงอย่างไรเธอก็จะได้เห็นค่ายกลนั้นในภายหลังอยู่ดี จึงไม่จำเป็นต้องรีบไปดูในตอนนี้
“เช่นนั้นพวกเราไปที่ตำหนักว่านชิงกันก่อนดีกว่านะ” เหลียนเจ๋อรู้สึกผิดอยู่บ้าง
“ดี”
พวกเขาไปยังเมืองว่านชิง หลังจากได้รู้ว่าเหลียนเจ๋อพาพวกซือหม่าโยวเย่ว์มาแล้ว คนของตำหนักว่านชิงต่างตกอกตกใจกันเป็นอย่างมาก ต่อมาเมื่อได้รู้ว่าเหลียนเจ๋อถึงขนาดพาพวกเขามาดูแลในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติ ก็พากันอยากรู้อยากเห็นว่าที่แท้แล้วพวกเขา