เย่ว์หรือ เขาก็ชื่อโยวเย่ว์หรือ แต่เป็นบุรุษผู้หนึ่งไปได้อย่างไรกัน” ฉินหงตะโกนเสียงดัง “ชื่อโยวเย่ว์ทั้งคู่เลย นี่จะบังเอิญเกินไปแล้วนะ”
“ความจริงแล้วจะใช่หรือไม่นั้น ยังต้องให้นายท่านออกมาแล้วไปยืนยันด้วยตนเอง” มู่เหวินพูด “ทางนั้นได้ไปสืบเสาะเรื่องราวของพวกเขาแล้ว จะต้องรู้ผลอย่างรวดเร็วแน่นอน”
“ไม่รู้เลยว่าเหตุใดนายท่านจึงได้ยืนกรานเช่นนั้น คนของตระกูลซีเหมินตายกันไปหมดตั้งเนิ่นนานถึงเพียงนี้แล้ว ตอนนั้นพวกเราก็เห็นซากศพของซีเหมินโยวเย่ว์กับตาตนเอง เหตุใดเขาถึงได้ยืนกรานมาโดยตลอดว่าเขายังมีชีวิตอยู่เล่า ทั้งยังทุ่มเทกำลังกายและกำลังทรัพย์ตั้งมากมายในการเปิดหอสุราที่แดนศูนย์กลางและเขตรอบนอกเพื่อสืบค้นข่าวของเขา” ฉินหงไม่เข้าใจ “นายท่านย่อมมีความคิดของนายท่านเอง พวกเราเพียงแค่ทำไปตามนั้นก็พอแล้ว” มู่เหวินพูด “ไม่รู้เลยว่านายท่านจะออกมาเมื่อใด ข้าจะรออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”
มู่เหวินพูดจบก็เดินไปนั่งที่ศาลาพักร้อนในลานบ้าน แล้วจ้องมองศิลาทิ้งเงาในมืออย่างเหม่อลอย
ก่อนหน้านี้นางติดตามฉินโม่ ทั้งยังเคยพบหน้าซีเหมินโยวเย่ว์หลายครั้ง สัญลักษณ์ที่รอยน้ำนั้นวาดออกมา ทำให้นางเกิดความรู้สึก