“นายน้อยของเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกกับนายพลหรงอย่างนั้นหรือ รีบเชิญเข้ามาเร็วเข้าสิ” เหลียนเจวี๋ยยังคงสงสัย แต่ก็มีการตอบสนองอันรวดเร็ว
“ขอรับ” ทหารรับใช้ออกไป เพียงไม่นานก็พาตัวคนสองคนเข้ามา
เหลียนเจวี๋ยเห็นซือหม่าโยวเย่ว์แล้วร้องออกมาอย่างตกใจว่า “คือเจ้าเองหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มพลางประสานหมัดคารวะเขาแล้วเอ่ยว่า “ขอขอบคุณที่ประมุขตระกูลเหลียนดูแลมาตลอดสองวันนี้”
“ที่แท้เจ้าก็คือนายน้อยของเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกนั่นเอง ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ” เหลียนเจวี๋ยโบกมือ “นายน้อยซือหม่า นายพลหรง เชิญนั่ง”
ซือหม่าโยวเย่ว์และนายพลหรงเดินไปนั่งลงด้านข้าง
“เหลียนโหม่วได้ยินชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของสี่นายพลแห่งเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกมานานแล้ว วันนี้ได้พบนายพลหรงผู้เป็นหนึ่งในนั้น เหลียนโหม่วรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก”
เผิงหรงพยักหน้าแล้วพูดอย่างเรียบเรื่อยว่า “ประมุขตระกูลเหลียนชมเกินไปแล้ว”
เผิงหรงดูค่อนข้างแข็งทื่ออยู่แล้ว ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกว่าเป็นบุรุษรูปงามผู้เย็นชา บวกกับความหยิ่งยโสซึ่งเป็นสิ่งที่รู้กันดีของเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีก เขาจึงทำให้คนรู้สึกว่า าเย่อหยิ่งเหลือเกิน
เหลียนเจวี๋ยไม่โกรธกับท่าทีของ