างรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์และวิหคสี่ปีกอยู่ด้วยกัน ตอนนี้เธอเข้ามา ต่อให้รู้ว่าเธอคือคนที่ตระกูลเฟ่ยต้องการจับตั ว ก็ไม่มีใครกล้าลงมือ เพราะที่นี่ไม่มีใครกล้าต่อกรกับเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกอยู่แล้ว
พวกเขาไปยังจวนเจ้าเมือง เมื่อเห็นพวกเขา คนของจวนเจ้าเมืองก็ตกใจแล้วรีบส่งคนเข้าไปหาพลางถามว่า “พวกท่านต้องการใช้ค่ายกลนำส่งใช่หรือไม่ขอรับ”
“อืม พวกเราต้องการไปที่เมืองว่านชิง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ขอรับ ที่นี่ไม่อาจไปยังเมืองว่านชิงโดยตรงได้น่ะขอรับ” คนผู้นั้นกล่าว
“เช่นนั้นก็ไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุดแล้วกัน”
“ที่ใกล้ที่สุดคือเมืองไท่ขอรับ”
เมื่อได้ยินชื่อเมืองไท่ ร่างกายเหลียนหงก็สั่นสะท้าน ส่วนสีหน้าโฉวเซี่ยวเทียนก็กลายเป็นไม่น่าดู
“ทำไมหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นความผิดปกติของพวกเขาจึงเอ่ยถามขึ้น
“เมืองไท่… เป็นเมืองที่บ้านตระกูลหลักของตระกูลเหลียนตั้งอยู่น่ะสิ” โฉวเซี่ยวเทียนพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์ตะลึงงันไปแล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้นพวกเราก็เปลี่ยนเมืองแล้วกัน”
เหลียนหงส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องหรอก พวกเราก็ไปที่นั่นกันเถิด ข้าอยากจะเห็นสถานที่ที่ท่านพ่อของข้าเติบโตขึ้นมาเช่นกัน”
“ก็ได้