มื่อพวกซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินชื่อของอีกฝ่ายก็หัวเราะพรืดออกมา
เฟ่ยอู่ สิ่งไร้ค่า…
“ตอนนี้พวกเจ้ายังหัวเราะออก อีกประเดี๋ยวพวกเจ้าก็จะไม่มีชีวิตอยู่ให้หัวเราะกันอีกต่อไปแล้ว” เฟ่ยอู่หัวเราะอย่างเย็นชาแล้วเอ่ยขึ้น
“เฟ่ยอู่ คราวก่อนทุบตีเจ้าจนบิดามารดาจำหน้าลูกมิได้ เจ้าทุ่มเทไปมากมายถึงเพียงนั้นกว่าจะหนีรอดไปได้ เหตุใดจึงพาตัวเองมาตายอีกรอบ” โฉวเซี่ยวเทียนขยี้แผลเป็นของอีกฝ่ายอย่าง ไม่ออมมือเลยแม้แต่น้อย
“เฮอะ เจ้าคิดว่าเจ้ายังจะหนีไปเหมือนคราวก่อนได้อีกหรือ” เฟ่ยอู่ถอนสายตาจากร่างพวกซือหม่าโยวเย่ว์ ก็แค่ระดับเทพขั้นต้นกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่อยู่ในสายตาของเขาเลย
เขามองโฉวเซี่ยวเทียน การพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคราวก่อนกดดันเขาอย่างหนัก จึงเอ่ยว่า “พวกเราสืบพบเรื่องที่พวกเจ้าซ่อนตัวอยู่ในสันเขาพยัคฆ์สวรรค์ตั้งนานแล้ว น่าเสียดายท ที่ค่ายกลนำส่งของที่นั่นพังไป ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าจะยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้เนิ่นนานถึงเพียงนี้หรือ เจ้ากับคนระยำผู้นี้คงถูกกำจัดไปนานแล้ว!”
เหลียนหงกำหมัดแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้อื่นเรียกว่าคนระยำ แต่เขาก็ไม่ได้โกรธมากนัก ตอนที่เขารู้ตัวตนของตัวเองอย่างแน่ชัด