่ว์พูดอย่างสงบ ไม่ร้อนรน ทั้งยังไม่โกรธด้วย ทำเหมือนกับว่าเธอกำลังพูดล้อเล่นอยู่อย่างไรอย่างนั้น รอให้เธอพูดจบแล้วเขาจึงค่อยเอ่ยปากถามว่า “ข้ อตกลงนี้ ท่านจะทำหรือไม่”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าผู้จัดการโฉวไม่โกรธ จึงไม่พูดเรื่องล้อเล่นเหล่านั้นอีกแล้วเอ่ยว่า “ท่านช่างเข้าใจความชอบของผู้อื่นเสียจริง ข้ามีความสนใจในศิลากลก้อนนี้ของท่านจริงๆ แต่ข้าไม่คิดจะเข้าไปร่วมในเรื่องราวของพวกท่านหรอกนะ”
ผู้จัดการโฉวแววตาหม่นลง
“แต่ข้าเปลี่ยนข้อตกลงกัยท่านได้” เธอพูดต่อ
“ข้อตกลงอันใดหรือ”
“ข้ารักษาอาการบาดเจ็บให้ท่าน แล้วได้ศิลากลไป สำหรับเสี่ยวเอ้อร์ของท่าน ก็ให้ท่านดูแลด้วยตัวเอง ว่าอย่างไรเล่า”
ผู้จัดการโฉวมองซือหม่าโยวเย่ว์ ก็เชื่อว่าเธอไม่ได้กำลังพูดจาล้อเล่นอยู่จริงๆ นัยน์ตามีแววขี้เล่นวาบผ่าน
“ท่านเป็นท่านหมอหรือนักหลอมยากันเล่า”
“ใช่ทั้งคู่นั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ว่าอย่างไรเล่า จะรับปากหรือไม่ ถ้าหากท่านยังมัวยืดยาดต่อไป การรักษาก็จะไม่ง่ายแล้ว พอถึงตอนนั้นข้าก็จะเพิ่มราคาแล้วนะ!”
“ท่านเป็นปรมาจารย์ค่ายกลนี่” ผู้จัดการโฉวพูด
“แต่นี่ก็มิได้ส่งผลกับการที่ข้าจะเป็นนักหลอมยาสักคนหนึ่งเสี