เอ่ยว่า “ปรมาจารย์ซือหม่า ข้าคือเจ้าสำนักโจวไห่โม่แห่งสำนักพยัคฆ์สวรรค์ มาขอขมาที่สำนักพยัค คฆ์สวรรค์ได้ล่วงเกินเอาไว้ก่อนหน้านี้โดยเฉพาะ”
คนอื่นๆ ของสำนักพยัคฆ์สวรรค์เห็นเจ้าสำนักของตนค้อมกายคารวะ แต่ละคนจึงพากันค้อมกายขอขมาด้วย
ด้านนอกโรงเตี๊ยมมีคนมารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยแล้ว เดิมทีตอนที่พวกเขาเห็นคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์มา ยังคิดว่าจะเห็นพวกเขาจับตัวพวกซือหม่าโยวเย่ว์ไป หรือว่าสำเร็จโทษเสีย ยที่นี่ คำพูดที่บอกกับผู้จัดการโฉวว่ามาขอขมานั้นเป็นเพียงแค่ข้ออ้างที่หลอกให้พวกเขาลงมาเท่านั้น
แต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อสองฝ่ายพบหน้ากัน สำนักพยัคฆ์สวรรค์จะค้อมกายขอขมาจริงๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์มองโจวไห่โม่ เธอสัมผัสถึงเจตนาขอโทษของเขาได้ แต่คนอื่นๆ น่ะหรือ มองปราดเดียวก็รู้ว่าทำๆ ไปอย่างนั้นเอง
“ท่านเจ้าสำนักโจวเกรงใจเกินไปแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์โบกไม้โบกมือ
ความจริงแล้วเธอเป็นคนคุยง่าย โบกมือไม่ตบหน้าคนยิ้ม อีกฝ่ายมาขอขมาทั้งที เธอย่อมมิอาจนิ่งดูดายอยู่แล้ว
แน่นอนว่าเงื่อนไขก็คือการขอขมานี้จริงใจมากพอ
โจวไห่โม่หยิบเอาแหวนเก็บวัตถุวงหนึ่งออกมาแล้วใช้สองมือส่งมอบให้ตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “