องข้าอย่างนั้นหรือ”
“ย่อมต้องรู้อยู่แล้วสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มอย่างร้ายกาจ “เพราะสองสามวันสุดท้ายที่พี่ชายเจ้าอยู่บนโลก ก็อยู่กับข้านี่แหละ”
โจวซู่อวี้หัวใจสั่นสะท้าน นางใช้แส้สลัดซือหม่าโยวเย่ว์ออกไป ก่อนจะมองเธอพลางเอ่ยว่า “เจ้าทำอะไรกับพี่ชายข้า”
“ฆ่าทิ้งไปแล้วละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พ่นคำพูดออกมาย่างเรียบเฉย ราวกับว่านั่นเป็นเพียงแค่เรื่องธรรมดาอย่างยิ่งเรื่องหนึ่งเท่านั้น
“เจ้าสังหารพี่ชายข้าแล้วอย่างนั้นหรือ!” โจวซู่อวี้อาละวาด “เดิมทียังคิดจะค่อยๆ เล่นสนุกกับเจ้า แต่เจ้ากลับสังหารพี่ชายข้า วันนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้าให้ได้!”
พอพูดจบนางก็เหวี่ยงแส้อีกครั้ง เพิ่มความเร็วมากขึ้นกว่าเมื่อครู่ พลังวิญญาณที่รวมตัวบนแส้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น พลังคุกคามก็มากตาม
ซือหม่าโยวเย่ว์สะบัดหลิงหลงด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ผู้คนที่ดูความคึกคักอยู่รอบๆ ดูคล้ายจะมิอาจเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งสองได้อย่างชัดเจน
หลังผ่านไปหลายสิบยก โจวซู่อวี้ก็ถูกซือหม่าโยวเย่ว์เตะจนลงไปกองกับพื้น
“พรวด…”
โจวซู่อวี้พ่นโลหิตสดคำหนึ่งออกมา ร่างกายอ่อนปวกเปียกอยู่บนพื้น หายใจออกมากกว่าหายใจเข้า
ซือหม่าโยวเย่ว์มาที่ข้างกายนางแ