“จุ๊ๆ ช่างเป็นเนื้อนุ่มละมุนลิ้นชิ้นน้อยโดยแท้” โจวซู่อวี้จ้องมองซือหม่าโยวเย่ว์ตรงๆ น้ำลายแทบจะหกอยู่รอมร่อ
“อะแฮ่มๆ” ผู้จัดการกระแอมคราหนึ่ง เขาใช้มือป้องปากแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “โจวซู่อวี้เป็นผู้มีชื่อเสียงในเรื่องพรรค์นั้น บุรุษที่เข้าตานางมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีจุดจบที่ ดี”
“โจวซู่อวี้หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินชื่อนี้แล้วจึงมองดูรูปลักษณ์ของนางโดยละเอียดรอบหนึ่ง ดูคล้ายคลึงกับโจวซู่เหรินอยู่บ้าง
“บังอาจนัก ชื่อของท่านเจ้าสำนักเรา ให้เจ้ามาเรียกได้อย่างนั้นหรือ” ชายที่ถูกโยนออกไปผู้นั้นพูด
โจวซู่อวี้โบกมือหยุดการโวยวายของคนผู้นั้น นางมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วยิ้มพลางเอ่ยว่า “เจ้ารู้จักข้าอย่างนั้นหรือ”
“เจ้ามีความสัมพันธ์เช่นไรกับโจวซู่เหรินหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เขาเป็นพี่ชายของข้า” โจวซู่อวี้พูดด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ “เจ้ายังรู้จักพี่ชายของข้าด้วย ดูเหมือนจะมีชะตาต้องกันกับข้าเสียแล้ว”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลอบกลอกตาอยู่ในใจ นี่เรียกว่ามีชะตาต้องกันแล้วหรือ
แต่ก็มีชะตาต้องกันจริงๆ นั่นแหละ ตนเพิ่งจะสังหารพี่ชายของนาง นางก็ส่งตัวเองมาถึงหน้าประตูเสียแล้ว
“ข้าไม่อยากจะมีชะตาอะไรต้องกัน