จนเมื่อเยี่ยสวินตี๋และเทพกระบี่สองคนจากไปแล้ว เจียงฉางเซิงจึงได้หยิบเอาใบหยกเกล็ดทองออกมาใบหนึ่งแล้วซัดไปทางทิศตะวันออก เกิดเสียงดังฟิ้ว ใบหยกเกล็ดทองมุดเข้าไปท่ามกลางหมอกทึบ
ไปฉีถามอย่างสงสัยว่า “ท่านคิดจะใช้ใบไม้ใบหนึ่งแข่งความเร็วกับพวกเขาหรือ” เจียงฉางเซิงกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าลองทายดูว่าผู้ใดว่องไวกว่า” ไปฉีตอบ “ย่อมต้องเป็นใบไม้ของท่านที่ว่องไวกว่า”
มันไม่มีวันลืมวันแรกที่มายังเมืองหลวงได้ มันต้องยอมสยบให้แก่ใบไม้นี้นี่เอง ทำให้จนตอนนี้มันยังคงกลัวทุกครั้งที่เห็นใบหยกเกล็ดทอง แต่มันก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งใดคือสมบัติอาคม นึกว่าเจียงฉางเซิงใช้ลมปราณควบคุมสิ่งของ และใช้ลมปราณปล่อยแสงออกมาต่างหาก
เจียงฉางเซิงลูบหัวมัน จากนั้นก็ฝึกวิชาต่อ ท่าทีของเขาทําเอาไปฉีตื่นเต้นดีใจนัก จนตัวมันสั่นไปทันใด มันไตรตรองจนกระจ่างแล้วว่าเจ้านายดูคล้ายไม่ไยดีต่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ แต่ที่แท้แล้วก็แสร้งแกล้งทำนัก ฉะนั้นทุกกิริยาท่าทีของเจียงฉางเซิง มันจะต้องถามก่อนทุกครั้ง จากนั้นค่อยมีท่าทีตอบสนองอย่างให้ความร่วมมือเป็นที่สุด
“เยี่ยสวินตี๋ เทพกระบี่ ดูซิว่าพวกเจ้าจะมาแย่งความรักจากข้าได้อย่างไร หึๆ!” ไปฉีแอบได้ใจอยู่ในอก
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนหูแทบหนวก พายุฝนโหมกระหน่ำ เสียงมังกรคำรามดังขึ้นลงสลับกัน เจียงเจี่ยนถือง้าวสามแฉกสองคมฟันเข้าใส่อย่างโกรธเกรี้ยว แต่กลับถูกหางมังกรฟาดจนกระเด็น ผิงอันตามลงมาที่