โจวซู่เหรินรู้สึกได้ว่าคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์มีความนัยแอบแฝงอยู่ แต่กลับนึกไม่ออกว่าเหตุการณ์นี้มีสิ่งใดไม่ถูกต้อง
เขาถูกระดับเทพสามคนล้อมเอาไว้ มิใช่ว่าควรจะหวาดกลัวอย่างยิ่งแล้วหรอกหรือ เหตุใดจึงยังยิ้มได้อย่างสงบเช่นนี้อยู่อีกเล่า
ยังมีคำพูดของเขานั่นอีก หมายความว่าอย่างไรกัน เหตุใดจึงต้องขอบคุณที่ตนให้เวลาเขาหลายวันเช่นนี้ด้วยเล่า
เขายังมีไพ่ไม้ตายอะไรซ่อนอยู่อีกอย่างนั้นหรือ คิดแล้วไม่เข้าใจจริงๆ โจวซู่เหรินจึงไม่คิดอีกต่อไปแล้ว ถึงอย่างไรตอนนี้ลูกธนูก็อยู่บนคันธนูแล้ว จะไม่ปล่อยออกไปก็ไม่ได้
“ไป สังหารเขาให้ข้าเสีย!” เขาออกคำสั่ง
พวกติงซานสามคน มีระดับราชาเทพขั้นต้นสองคน ระดับราชาเทพขั้นกลางหนึ่งคน คิดจะจัดการกับระดับราชาเทพขั้นต้น นี่ควรจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่ต้องตั้งตารอเลยแม้แต่น้อย
แต่ทั้งสามคนยังไม่ทันเริ่มขยับตัว คนที่จู่ๆ ก็โผล่มาจากกลางอากาศแล้วปรากฏตัวขึ้นในหุบเขานั่นมันเรื่องอันใดกัน
“โอ๊ยๆ ถูกขังมาเนิ่นนานเช่นนี้ ในที่สุดก็ได้เห็นเดือนเห็นตะวันข้างนอกเสียที” เจ้าอ้วนชวีบิดขี้เกียจพลางถอนหายใจด้วยความสบาย “ไม่ได้พบหน้าโยวเย่ว์มาเนิ่นนานเช่นนี้ ช่างคิดถึง เหลือเกิน”
“คนเหล่านี้