คนตระกูลจัวได้ฟังคำพูดของโจวซู่เหรินแล้วอดเบ้ปากไม่ได้ คนผู้นี้ช่างหน้าไม่อายเสียจริง เมื่อครู่ยังโวยวายจะให้คนจัดการซือหม่าโยวเย่ว์อยู่เลย เพียงพริบตาเดียวก็เลียแข้งเ เลียขาเช่นนี้เสียแล้ว
“เชิญข้าไปเป็นแขกอย่างนั้นหรือ” เสียงของซือหม่าโยวเย่ว์ดังลอยมา คล้ายกับไม่เชื่ออยู่บ้าง ทั้งยังเกิดความรู้สึกอยากไปดูสักหน่อยด้วย
โจวซู่เหรินฟังน้ำเสียงเช่นนี้ของเธอแล้วก็รู้ว่ามีอะไรแฝงอยู่ จึงรีบพูดว่า “ถูกต้อง ท่านปรมาจารย์มาถึงสันเขาพยัคฆ์สวรรค์ สำนักพยัคฆ์สวรรค์ของเราก็ต้องทำหน้าที่เจ้าบ้านอย่างส สุดความสามารถ ขอเชิญท่านไปพักกับพวกเราที่นั่นสักสองสามวันขอรับ”
“ข้าได้ยินมาว่าสำนักพยัคฆ์สวรรค์เป็นขุมอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในสันเขาพยัคฆ์สวรรค์แล้ว ก็เคยคิดอยากจะไปดูอยู่ เดิมทีคิดจะรอให้ถึงตอนที่ตระกูลจัวไปส่งส่วยแล้วไปดูพร้อมกันกับ พวกเขา…”
“ท่านปรมาจารย์อยากไป จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาส่งส่วยเสียที่ไหนกันเล่าขอรับ จะไปตอนนี้เลยก็ได้” โจวซู่เหรินพูด “ข้าพาท่านปรมาจารย์ไปที่สำนักพยัคฆ์สวรรค์ได้นะขอรับ”
“เจ้าหรือ เจ้ามิได้ต้องมาที่นี่เพื่อตรวจสอบกิจธุระของสำนักพยัคฆ์สวรรค์หรอกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างสงสัย
“เอ