ร้ซึ่งความลังเล
“ได้ ข้าจะทำให้เจ้าสมความปรารถนา” ซือหม่าโยวเย่ว์ก็มิได้ดึงดันขอร้อง เธอซัดพลังวิญญาณสายหนึ่งใส่ค่ายกล พร้อมกันนั้นก็ซัดเปลวเพลิงของเพลิงชาดกองหนึ่งใส่เข้าไปด้วย
ตอนที่นกหลวนเห็นเปลวเพลิงของเพลิงชาด ดวงตาก็ฉายแววหวาดหวั่นอย่างแท้จริง อุณหภูมิและกลิ่นอายของเปลวเพลิงนั้นจะต้องเป็นคนผู้นั้นไม่ผิดแน่นอน!
มันอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เปลวเพลิงนั้นกลับโอบล้อมมันเอาไว้ อุณหภูมิอันร้อนระอุทำให้มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความตาย ความกลัวตายแผ่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
มันก้มหัวลงก็เห็นว่าขาและปีกของตัวเองนั้นได้ถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน หลังจากนั้นก็ค่อยหัวใจและหัวของมันอย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกก…”
ขณะที่เปลวเพลิงจะกลืนกินมันไปจนหมด ในใจของมันก็เกิดความนึกเสียใจขึ้นมาเพราะเหตุใดตนถึงได้ยืนกรานเลือกความตายเล่า
ชั่วขณะนี้เองมันถึงได้เข้าใจว่าการมีชีวิตอยู่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด ต่อให้กลายเป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาก็ยังดีกว่าความตาย
สติรับรู้สุดท้ายถูกกลืนกิน นกหลวนสัมผัสกลิ่นอายของความตายได้ในที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นความดำมืดไปหมด
“พลั่ก…”
นกหลวนร่วงหล่นลงมาจากภายในรังแล้วกระแทก