นใด นัยน์ตามีแววพรั่นพรึงและสงสัย
“นี่คือค่ายกลที่ศิษย์พี่ได้รับมาโดยบังเอิญ ข้าศึกษามาสองวันก็ยังมิอาจเข้าใจได้หมด ดังนั้นจึงเรียกเจ้ามาศึกษาด้วยกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะได้ครอบครองแม้แต่ค่ายกลที่หายสาบสูญไปอย่างค่ายกลผนวกวิญญาณ ช่างชวนให้คนตกใจเกินไปแล้ว!” ซือหม่าโยวหลินพูดอย่างดีใจ “ถ้าหากศึกษาค่ายกลนี้ได้ เช่นนั้นการบำเพ็ญในอนาคตของพวกเราก็คงลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมากแล้ว!”
“ข้าเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ตอนนี้พลังยุทธ์ของพวกเราต่ำกว่าผู้อื่นอยู่พอสมควร ถ้าหากใช้ค่ายกลผนวกวิญญาณทำให้ปราณวิญญาณเข้มข้นขึ้นได้ เพียงไม่นานพวกเราก็จะไล่ตามผู้อื่นได้ทันแล้ว”
“แต่เจ้ายังเข้าใจมันไม่ได้อย่างทะลุปรุโปร่งเลยนี่ พวกเราต้องนำสิ่งนี้ไปให้ท่านปู่ดูสักหน่อยหรือไม่” ซือหม่าโยวหลินถาม
“ข้าดูมาพอสมควรแล้ว แต่ค่ายกลผนวกวิญญาณนี้มิอาจใช้ศิลากลทั่วไปจัดวางได้ ดังนั้นข้าจึงอยากให้เจ้าช่วยหน่อย รอให้พวกเราทำได้แล้วค่อยบอกพวกเขาก็ยังไม่สาย ไม่อย่างนั้นหากสุดท้ายล้มเหลว พวกเขาก็จะดีใจเก้อเอาน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ก็ดีเหมือนกัน” ซือหม่าโยวหลินพูด “พวกเราลองกันก่