อูหลิงอวี่ได้ยินคำพูดนั้นของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วอดเบ้ปากไม่ได้
เขาเป็นคนที่หากใจง่ายขึ้นมาแล้วไม่ใช่คนพรรค์นั้นหรือไร
เจ้าเด็กนี่!
“ข้าหิวแล้ว ข้าอยากกินโจ๊ก” เขาไม่เอาเรื่องกับสาวน้อย
ผู้ฝึกยุทธ์หิวได้ด้วยหรือ หลอกกับผีน่ะสิ!
แต่เธอก็ยังถามประโยคหนึ่ง “อยากกินโจ๊กอะไรเล่า”
“โจ๊กที่เจ้าทำครั้งแรกตอนอยู่เทือกเขาผู่สั่วนั่นน่ะ” อูหลิงอวี่พูด
ซือหม่าโยวเย่ว์กลอกตาใส่เขาก่อนจะไม่มองเขาอีก แล้วหาพื้นที่ราบก่อนจะหยิบข้าวของออกมา หลังจากนั้นจึงเริ่มต้มโจ๊กและผัดกับข้าว
เธอลืมไปตั้งนานแล้วว่าตอนนั้นต้มโจ๊กอะไร ให้เธอมาต้มให้ตอนนี้ จะเกินไปหน่อยหรือไม่
ตอนนี้ร่างกายเขาอ่อนแอเช่นนี้ จะกินของมั่วซั่วได้อย่างไร ดังนั้นโจ๊กที่เธอต้มและกับข้าวที่เธอผัดจึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเขาในตอนนี้อย่างยิ่ง
พออูหลิงอวี่ได้กลิ่นหอมก็รู้ว่าเธอมิได้ทำสิ่งที่เคยทำในตอนนั้น แต่ความจริงแล้วเขาก็แค่พูดส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง ขอเพียงแค่เป็นสิ่งที่นางทำ จะมีรสชาติเช่นไรก็ย่อมได้ทั งสิ้น
เขาพลิกตัวลงนอน ใช้มือหนุนศีรษะเอาไว้ พลางมองเงาร่างยุ่งหัวหมุนของนางเงียบๆ
บนร่างนางมีความรีบเร่งบางอย่าง แต่ทุกครั้ง