ที่เขาเห็นนางกลับรู้สึกว่าในใจสงบเป็นอย่างยิ่ง
เขาจำได้ว่าตอนที่ยังเด็กมาก มีครั้งหนึ่งที่ประมุขตำหนักผู้วิเศษพาไปยังดินแดนแห่งหนึ่ง ได้เห็นคู่สามีภรรยาที่ไม่อาจบำเพ็ญได้ ไม่กี่สิบปีก็หัวขาวโพลนแล้ว
เขาสัมผัสระลอกความเคลื่อนไหวของพลังวิญญาณในตัวฝ่ายชายได้ แต่ในตัวฝ่ายหญิงกลับไม่มีเลย จึงเดาได้ว่าเขาละทิ้งการบำเพ็ญเพราะนาง เพื่อจะได้แก่เฒ่าไปพร้อมกันกับนาง
ตอนนั้นเขาไม่เข้าใจ จึงถามชายชราว่า “เหตุใดท่านจึงยอมละทิ้งการบำเพ็ญเพราะนางเล่า”
ตอนนั้นชายชราตอบเขาว่า “ชั่วชีวิตคนมีสิ่งให้ไขว่คว้าอยู่ตลอด บางคนก็ไขว่คว้าหาโลกที่สูงที่สุด บางคนก็ไขว่คว้าหาเงินทอง บางคนก็แสวงหาอำนาจ ส่วนข้ากระหายเพียงแค่ความอบอุ่น ยามที่อยู่กับนางเท่านั้น”
เขาละทิ้งทุกอย่างเพราะสิ่งนี้อย่างนั้นหรือ
ชายชราเห็นความไม่เข้าใจในแววตาของเขาจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าหากวันใดที่ยามเจ้าอยู่ข้างกายหญิงสาวคนไหนแล้วลืมเลือนความวุ่นวายในโลกได้ จะสัมผัสได้ถึงความสงบในส่วนลึกของ งวิญญาณ เมื่อนั้นเจ้าก็จะเข้าใจความหมายของข้าเองแหละ”
ต่อมาเขาได้เห็นสตรีหลากหลายแบบ ทั้งสดใสงามสง่า ทรงเสน่ห์ยวนใจ ใสพิสุทธิ์น่ารัก เชาวน์ปัญญาฉับไว แต่กลับ