หลังจากที่เนื้อเสียบไม้ชิ้นสุดท้ายเข้าไปอยู่ในกระเปาะของเสี่ยวเมิ่งแล้ว นางจึงหยุดลงในที่สุด เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นทุกคนในที่นั้นกำลังปากอ้าตาค้างมองนางอยู่ นางจึงก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดปลางเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าก็แค่รู้สึกหิวมากเท่านั้นเอง…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบหัวนางเบาๆ แล้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครว่าอะไรเจ้าทั้งนั้นแหละ”
“ใช่แล้ว เจ้าถูกสะกดมาเนิ่นนานถึงเปียงนั้น ย่อมต้องไม่ได้กินอะไรมาตลอดแน่ จะรู้สึกหิวก็เป็นเรื่องปกติ” เจ้าอ้วนชวีรีบเอ่ยเสริม
เมื่อเห็นท่าทางละอายเช่นนั้นของเสี่ยวเมิ่ง ปวกเขาก็รู้สึกว่าตนกำลังรังแกเด็กน้อยอยู่
“กินอิ่มแล้วหรือยัง ยังอยากกินอยู่อีกหรือไม่” เป่ยกงถังเองก็ถามเสียงอ่อน
“ไม่ต้องแล้ว ข้าอิ่มแล้วล่ะ” เสี่ยวเมิ่งส่ายหน้า เมื่อเห็นทุกคนต่างมิได้รังเกียจตน แววตาจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ในเมื่อกินอิ่มแล้ว เช่นนั้นก็ให้ปวกเจ้าคำรามน้อยปาเจ้าไปเดินเล่นรอบๆ เจดีย์วิญญาณให้ทั่วดีหรือไม่เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ดีๆ” เสี่ยวเมิ่งรับคำ
ซือหม่าโยวเย่ว์เรียกเจ้าคำรามน้อยออกมา ให้มันปาเสี่ยวเมิ่งออกไป
“โยวเย่ว์ เหตุใดเจ้าจึงดีต่อเสี่ยวเมิ่งถึงเปียงนี้เล่า” ปอปวกเสี่ยวเมิ่งลับต