ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นหมัวซาแล้วสะดุ้งคราหนึ่งก่อนจะพูดว่า “ขอบคุณท่านมาก”
แต่หมัวซากลับไม่รับไมตรีแล้วเอ่ยว่า “คราวหน้าหากอ่อนแอเช่นนี้อีก ข้าจะไม่ช่วยเจ้าแล้วนะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็คิดไม่ถึงว่าเสียงร้องของเจ้าสัตว์อสูรเขมือบวิญญาณนี่จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ เพียงแค่เสียงร้องชั่วขณะสั้นๆ ก็ทำให้เธอต้านทานไม่ไหวแล้ว
ลองคิดดูก็ใช่ ตอนที่พบกันเหนือพื้นสมุทร เมฆครึ้มกลุ่มนั้นก็เป็นเพียงแค่ส่วนเดียวของสัตว์อสูรเขมือบวิญญาณเท่านั้น แต่เสียงร้องนั้นก็ทำให้พวกเขาทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ ยิ่งไม่ต ต้องพูดถึงร่างจริงนี้ที่ร้ายกาจกว่าร่างแยกที่เป็นเมฆครึ้มโอบล้อมมากมายนัก
“นางไม่ต้องการให้เจ้าช่วยหรอก” เพลิงชาดบินเข้ามารับตัวซือหม่าโยวเย่ว์ ร่างของหมัวซากลับกลายเป็นโปร่งแสงอีกครั้ง
เปลวเพลิงบนร่างของเพลิงชาดแผดเผาความมืดมิดทั้งหมดไป แต่ตอนที่สัมผัสหมัวซานั้นกลับเพียงแค่กระโจนขึ้นลงสองสามครั้งเท่านั้น โดยที่มิได้แผดเผาเขา
แต่หมัวซาก็ยังรักษาระยะห่างกับเพลิงชาด ถึงแม้ว่าทั้งสองจะทำพันธสัญญากับซือหม่าโยวเย่ว์ในวันเดียวกัน แต่ก็เพิ่งเคยพบหน้ากันเป็น