อย่างยิ่ง
แววตาที่เขามองมารเฒ่านั้นเบาบาง ตลอดร่างแผ่กลิ่นอายอันเยียบเย็นราวน้ำแข็งขุมหนึ่งออกมา
“เชอะ ข้ามีอะไรให้น่าเสียใจกันเล่า” มารเฒ่าพูด
“ข้าจะกดพลังยุทธ์ของข้าให้ต่ำลง” บุรุษผู้นั้นพูดจบแล้วทะยานออกไป
อวิ๋นอี้ที่ดูอยู่พูดอย่างร้อนใจอยู่บ้าง “ท่านเจ้าหุบเขารองขอรับ เจ้าหุบเขาน้อยเพิ่งจะเลื่อนไปถึงระดับจ้าววิญญาณ ตอนนี้ควรไปลองเชิงพลังยุทธ์ของเขาดูก่อนดีกว่าว่าจะเกิด ปัญหาหรือไม่”
“ไม่เป็นไร เจ้าเด็กนั่นรู้จักขอบเขตดีอยู่แล้ว” มารเฒ่านั่งลงบนเก้าอี้แล้วไขว่ห้างพลางเอ่ยขึ้น
“พวกเราจะไม่ไปดูกันจริงๆ หรือ” อวิ๋นอี้ยังคงไม่วางใจ
“ถ้าหากเจ้ากังวลนักก็ไปดูเสียสิรอให้พวกเขาตีกันเสร็จแล้วเจ้าค่อยรีบกลับมา” มารเฒ่าพูด
อวิ๋นอี้ลังเลอยู่ชั่วครู่แล้วคารวะมารเฒ่าก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งว่า “ศิษย์ขอตัว”
หลังจากนั้นจึงตามไปยังหุบเขาที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์อยู่
“ดูถูกลูกศิษย์ข้านัก” มารเฒ่าส่งเสียงฮึดฮัด แสดงถึงความเชื่อมั่นที่ตนมีต่อซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์เพิ่งออกมาจากหุบเขาได้ไม่ไกลก็เห็นคนผู้หนึ่งหยุดอยู่กลางอากาศ สองมือไพล่อยู่ด้า