ษ์
บนหมู่เกาะมีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังชมการต่อสู้ครั้งนี้ คนส่วนใหญ่สวมเสื้อผ้าเหมือนกัน เห็นได้ชัดว่ามาจากสำนักเดียวกัน
ลมปราณเปลวเพลิงสีขาวหมุนพันอยู่รอบตัว เยี่ยสวินตี๋ ใบหน้าเขาเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมโหด เขาชกอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไปด้วยหมัดเดียว ก่อนจะพุ่งตัวขึ้นบนฟ้าแล้วใช้วิชาบรรพจิตเดียวดายผนึกร่างเป็นป้ายศิลาผุกร่อนแผ่นยักษ์ ร่วงลงจากท้องฟ้าเข้ากระแทกอีกฝ่าย
ผู้ที่ต่อสู้กับเขาเป็นผู้เฒ่าชุดดำผู้หนึ่ง ผมบาง ร่างเตี้ย อ้วน เวลานี้เขาอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเต็มทน เสื้อผ้าขาดวิ่น มุมปากมีรอยเลือดเกาะอยู่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับป้ายศิลาผุกร่อนแผ่นยักษ์ที่ร่วงลงมาจากฟ้า เขาเกรงว่าจะทำร้ายสำนักด้วยจึงจำเป็นต้องใช้ยอดเคล็ดวิชาเข้าขวางไว้
เขาซัดฝ่ามือสองข้างขึ้นด้านบน ลมปราณกลายเป็นพยัคฆ์คู่ ดำหนึ่งขาวหนึ่ง เป็นภาพสุดอลังการ พยัคฆ์คำรามขึ้นไปเบื้องบน แหงนหน้าขึ้นชนศิลาผุกร่อนขนาดยักษ์ ผลลัพธ์กลายเป็นต้องหายวับไปในพริบตา
โครม!
ผู้เฒ่าชุดดำถูกป้ายศิลาผุกร่อนแผ่นยักษ์กระแทกจนพลันขยับตัวไม่ได้ เขารู้สึกเพียงว่าพลังปราณทั่วกายเกาะตัวกันแน่น ทรมานเหลือประมาณ เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดกลัว
เยี่ยสวินตี๋ก้มมองเขาจากภายในป้ายศิลาผุกร่อนแผ่นยักษ์ก่อนยกนิ้วชี้มือขวาขึ้นช้าๆ และเล็งไปที่เขา ยิงพลังปราณสายหนึ่งออกมาจากนิ้วพุ่งทะลุหน้าอกของเขา
ผู้เฒ่าชุดดำเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่ง