กันอยู่พอสมควรเลยนะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ถ้าหากคนของตำหนักผู้วิเศษไม่สอดมือยุ่งเกี่ยว พวกเราก็มีโอกาสชนะเต็มเปี่ยม แต่ถ้าหากพวกเขาสอดมือยุ่งด้วย ต่อให้ตัวพวกเราจะตายก็ต้องลากพวกเขาไปรับเคราะห์ด้วยกัน!” อวิ๋นจ จิ่นเว่ยพูดอย่างชิงชัง
หลายปีมานี้ตระกูลจานอหังการมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ตระกูลอวิ๋นคิดจะสู้กลับมาตั้งนานแล้ว
“ถ้าหากทำได้ ข้ายังหวังว่าพวกเจ้าจะไม่เข้ามาร่วมพัวพันด้วย เพื่อเลี่ยงไม่ให้พวกเจ้าต้องยุ่งยากไปด้วยเมื่อถึงตอนนั้น” อวิ๋นจิ่นเว่ยพูด
“ตระกูลจานมาแตะต้องพวกเราถึงที่แล้วพวกเราจะยังถอยห่างอยู่ได้อย่างไรกันเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ระดับเทพสิบกว่าคนที่เหลือนั่น ข้าจะคิดหาวิธีเอง ประมุขตระกูลอวิ๋น ข้ ายังมีธุระต้องไปทำ ขอตัวออกไปก่อน”
เธอออกมาจากกระโจมของอวิ๋นจิ่นเว่ยแล้วเสาะหาหุบเขาที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง ก่อนจะเรียกหรงและกงเหยียนรวมทั้งผู้อาวุโสเผ่าเหล่านั้นออกมา
“ที่นี่คือโลกภายนอกอย่างนั้นหรือ”
ผู้อาวุโสเผ่าเหล่านั้นมองไปรอบด้าน บรรยากาศมิได้แตกต่างกับภายในสักเท่าใดนัก
“ข้าไม่รู้สึก