ไม่เห็นแล้ว ราวกับว่าเป็นเพียงภาพลวงตา สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ราษฎรถกเถียงกันไปต่างๆ นานา แม้แต่องครักษ์ชุดขาวเองก็รายงานต่อฮ่องเต้
ฮ่องเต้ซุนเทียนถือฎีกาแล้วเอ่ยถามอย่างไม่สนใจใยดี “เป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว” องครักษ์ชุดขาวเอ่ยตอบ “ในครึ่งปีมานี้ ได้ปรากฏขึ้นเจ็ดสิบสามครั้งแล้วพ่ะยะคะ” “เจ็ดสิบสามครั้ง ดูท่าศัตรูของต้าจิ่งจะเยอะพอตัวทีเดียว”
ฮ่องเต้ซุนเทียนเอ่ยพึมพำกับตนเอง เขาเชื่อว่าที่มรรคาจารย์ยื่นมือเข้ามาไม่ใช่แค่เพื่อความสนุกเท่านั้น แน่นอนว่าจะต้องมีศัตรูแข็งแกร่งที่เป็นภัยต่อต้าจิ่งจำนวนมาก เจ็ดสิบสามครั้ง… ฮ่องเต้ซุนเทียนตกอยู่ในห้วงความคิด เขารับรู้ได้ว่าการแก่งแย่งในราชวงศ์แห่งโชคชะตานั้นโหดร้ายกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้อยู่มาก ฮ่องเต้ซุนเทียนพลันออกคำสั่ง “เรียกตัวจางเฉิงกังแห่งเกาะลอยฟ้ามาเข้าเฝ้า” “พะยะคะ!” องครักษ์ชุดขาวถอยออกไปในทันที
ฮ่องเต้ซุนเทียนกลับไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดได้อีกต่อไป เขาขมวดคิ้วแน่น ไม่รู้ว่ากำลังใคร่ครวญสิ่งใดอยู่ หลินเฮาเทียนยืนอยู่บนหลังของเหยี่ยวอสนีเวหา สั่นเทาไปทั้งตัว ตกใจกลัวจนพูดไม่ออก แม้แต่เหยี่ยวอสนีเวหาเองก็กำลังตัวสั่นงันงก
ทั่วทุกสารทิศบนอากาศยังมีร่องรอยของแสงสีทองอยู่ โอบล้อมเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของสำนักคลื่นจมที่ตายอย่างอนาถนับไม่ถ้วน นอกจากชายชราแล้ว ที่เหลือล้วนสลายกลายเป็นธุลี ส่วนชายชราผู้นั้นก็เหลือแค่มือขวาที่ยังลอยอยู่ในอากาศ มหา